10 หุ้นใหญ่โดน Short Sell มากสุด PTT นำทัพ! มูลค่าสูงถึง 1.3 หมื่นล้าน
ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรง หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ Short Sell หรือ การยืมหุ้นมาขายเพื่อเก็งกำไรในทิศทางตลาดขาลง ซึ่งนักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีหุ้นตัวนั้นอยู่ในมือ แต่สามารถยืมหุ้นจากโบรกเกอร์ที่ตนเองเปิดบัญชีมาขายออกไปก่อน
หลังจากนั้นหากราคาหุ้นลงตามที่คาดไว้ นักลงทุนจะซื้อหุ้นตัวนั้นในกระดานด้วยราคาที่ต่ำกว่า และคืนหุ้นที่ยืมมาให้กับโบรกเกอร์ ซึ่งกำไรที่ได้จะมาจากส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นที่ขายและราคาที่ซื้อกลับมาหลังหักต้นทุนต่างๆ แล้ว ในทางกลับกันหากราคาหุ้นไม่เป็นไปตามที่ประเมิน นักลงทุนอาจต้องขาดทุนทั้งส่วนต่างราคาและต้นทุนธรรมเนียมที่สูง
โดยช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงรุนแรง และมีธุรกรรม Short Sell เกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นถูก Short Sell มากที่สุด 10 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (11 ก.ค. – 10 ต.ค. 66) มานำเสนอ โดยจะมีหุ้นอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

สำหรับหุ้นที่ถูก Short Sell มากที่สุดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คือ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีมูลค่าการขายชอร์ตสูงถึง 13,274 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 11.04%
ส่วนปัจจัยพื้นฐานของ PTT นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายก๊าซมีสัดส่วนลูกค้าภาคผลิตไฟฟ้า (EGAT,IPP,SPP) รวมประมาณ 60% ของปริมาณขายทั้งหมดระดับ 4,500 mmscfd
โดยฝ่ายวิเคราะห์ประเมินผลกระทบจากการปรับลดค่าก๊าซธรรมชาติของลูกค้ากลุ่มนี้เหลือไม่เกิน 304.79 บาทต่อmmbtu (จากเดิม 323.37 บาทต่อmmbtu) ระยะเวลา 4 เดือน อยู่ประมาณ 5 พันล้านบาท (หลังหักภาษี)
จากการตรวจสอบเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลเฉพาะด้านกระแสเงินสดเท่านั้น (ไม่กระทบงบกำไร/ขาดทุน) เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาขายจริงและราคาที่ภาครัฐกำหนดจะถูกบันทึกในส่วนของลูกหนี้การค้า เพราะเป็นการช่วยเหลือชั่วคราว อนาคตเมื่อสถานการณ์พลังงานคลี่คลาย PTT จะได้รับจำนวนเงินดังกล่าวคืนจากโรงไฟฟ้า
ดังนั้นภาพรวมฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นลบอ่อนๆ คาดกระทบจำกัดเพราะไม่ส่งผลต่อประมาณการกำไร และบริษัทมีกระแสเงินสดและสภาพคล่องแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ทางพื้นฐานฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ เก็งกำไร ราคาเหมาะสม 36.50 บาท ในช่วงนี้ฝ่ายวิเคราะห์มองหุ้นพลังงานต้นน้ำ –โรงกลั่นน่าสนใจเข้าลงทุนมากกว่า เนื่องจาก PTT มีความเสี่ยงเชิงนโยบายสูง เช่น การแทรกแซงราคาก๊าซครั้งนี้, การปรับโครงสร้างต้นทุน Pooled Gas และการช่วยเหลือราคาก๊าซ LPG –NGV ฯลฯ
