ส่องการเติบโตหุ้น Microsoft ผู้ผลิต-พัฒนาซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก
คอลัมน์ Wealthy Thai Global Play สัปดาห์นี้ ขอพานักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มการเติบโตในปี 2567 ของหุ้น MSFT หรือ Microsoft บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีระบบปฏิบัติการที่หลายคนน่าจะรู้จักและเคยใช้ เช่น Microsoft Windows, Microsoft offices และ Microsoft Azure รวมถึงเป็นยังเป็นผู้ปฏิวัติวงการ AI ด้วย ChatGPT อีกด้วย
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า Microsoft เผยงบไตรมาส 1/67 ดีกว่าคาด รายได้เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรเพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้กลุ่ม Azure ที่โต 29% ด้านกลุ่ม More Personal Computing พลิกกลับมา โต 3% และดีกว่าคาดที่มองว่ากลุ่มนี้จะยังหดตัวอยู่ นอกจากนี้บริษัทคาดการเติบโตของ Azure จะค่อนข้างคงที่และจะแสดงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจาก AI ในช่วงงบไตรมาส 2/67
เรามองว่างบในภาพรวมออกมาแกร่ง ซึ่งเป็นผลหลักๆ มาจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจที่ในช่วงก่อนมีภาพการชะลอตัวแต่ในไตรมาส 1/67 พลิกกลับมาเติบโต ซึ่งมีแรงหนุนหลักจากความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นโดย 1) กลุ่ม Azure ที่สะท้อนภาพการฟื้นตัวของคลาวด์ หลังมีแรงหนุนจากบริการคลาวด์ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ OpenAI ซึ่งขณะนี้มีลูกค้า 18,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 11,000 รายในไตรมาสก่อนหน้า
2) กลุ่ม More Personal Computing ที่พลิกกลับมาเติบโตเป็นบวกได้จากก่อนหน้านี้การเติบโตติดลบ โดยมีแรงหนุนจากได้รับแรงหนุนจากรายได้ OEM ที่ดีกว่าที่คาดไว้ สะท้อนภาพการฟื้นตัวในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ PC
3) Commercial Bookings พลิกกลับมาเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากในไตรมาสก่อนโตติดลบ โดยมีแรงหนุนจากข้อตกลงขนาดใหญ่ปริมาณมากในช่วงไตรมาส 4/66 ต่อเนื่องมา 4) Search Engine มีรายได้ดีกว่าคาดเช่นกัน หนุนจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นหลังมีบริการ AI เพิ่มเข้ามา เช่น Bing Chat
สำหรับงบปี 2567 เรายังคงมองบวกต่อ Microsoft หลังเริ่มเห็นการฟื้นตัวของรายได้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ PC อย่างเช่น ชุดซอฟต์แวร์ Office ที่ในระยะถัดไปคาดว่าจะโตเป็นบวกต่อเนื่องและช่วยหนุนมาร์จิ้นได้ หลังกลุ่มธุรกิจนี้มีอัตราการทำกำไรสูง
ประกอบกับภาพบริการสมัครสมาชิก Copilot แบบใหม่ที่พัฒนา AI ร่วมกับ Microsoft offices โดยจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งสามารถเพิ่มราคารายเดือนสำหรับลูกค้าองค์กรได้มากถึง 83% ทำให้เรามองรายได้เพิ่มเติมผ่านการสมัครสมาชิกแบบประจำ รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจนี้จะสามารถหนุนงบปี 2567
นอกจากนี้ภาพการเติบโตของคลาวด์ Azure ที่ชะลอการลดลง หลังมีแรงหนุนจากความต้องการทาง AI ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
อีกทั้งการรับรู้รายได้และบริการของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เราคาดว่าจะเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของงบประมาณปี 2567 นี้ โดยล่าสุดมีการเก็บค่าบริการ Bing Chat Enterprise เพิ่มเติมเช่นกัน
ขณะเดียวกันบริษัทสามารถเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard (ATVI) ได้สำเร็จและปิดดีลไปในช่วง 13 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในระยะถัดไปจะสามารถมีแหล่งรายได้จากเกมดังของ ATVI เพิ่ม เช่น Call of Duty, Overwatch ด้วยภาพนี้ทำให้เรามองว่าทั้งความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น การรับรู้รายได้จากบริการ Copilot office ใหม่และกิจการเกม ATVI จะช่วยหนุนให้รายได้ของ Microsoft เพิ่มขึ้นราว 10%-15% ในปี 2567
ในระยะยาวเรามองว่า Microsoft น่าสนใจหลังจาก 1) โมเดลธุรกิจแกร่ง 2) เป็นผู้นำตลาด Software และมีมาร์จิ้นสูงที่ 68-69% รวมถึงยังมีตำแหน่งธุรกิจที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากธุรกิจและบริการ AI ในอนาคต 3) สถานะทางการเงินแกร่งโดยมีเงินสดมากกว่าหนี้สิน 4) มีความได้เปรียบด้านต้นทุน หลังมีระบบนิเวศน์ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ส่วนในระยะสั้น ถึงแม้ปัจจุบัน Valuation ของ Microsoft ที่ระดับ PE ที่ 33.6 จะสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 28.9 แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาการปรับประมาณการณ์ EPS ขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ค. 66 สะท้อนได้ว่ายังคงมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง และหากนำ P/E เทียบกับระดับการเติบโตที่ราว 15% ต่อปี จะทำให้ PEG อยู่ที่ระดับ 2.2 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PEG ในช่วง 5 ปีอยู่ที่ 2.5
ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจใหม่ เช่น เกม ATVI และตำแหน่งธุรกิจที่ยังคงได้รับประโยชน์จาก AI ทำให้เรามองว่ายังคงสามารถลงทุนใน Microsoft ได้และแนะทยอยสะสมในช่วงที่ราคาย่อตัวลง ด้าน Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 397.6 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี Upside 20.7% จากราคาปัจจุบัน

