โบรกฯ แนะ “ขาย” ทั้ง BGRIM- GPSC แม้ กกพ.ขึ้นค่าไฟฟ้าเป็น 4.68 บาท แต่ยังมีความเสี่ยงรัฐบาลอาจแทรกแซง

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ปรับค่าเอฟทีขายปลีก สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2567 เท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 69.07 สตางค์ต่อหน่วย


เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีผลงวดเดือน ม.ค. - เม.ย. 2567


จากประเด็นดังกล่าวนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า การประกาศปรับราคาไฟฟ้าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดหมาย เพราะ กกพ. ได้มีการประกาศรับฟังความคิดเห็นการปรับราคาไฟฟ้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา


โดยระดับราคาที่ 4.68 บาทต่อหน่วยนี้เป็นราคาต่ำสุดที่ทาง กกพ. เสนอมาเพื่อสะท้อนประมาณการราคาเชื้อเพลิงที่จะเพิ่มขึ้น และมีการเก็บส่วนต่างกำไรเพิ่มเติม 0.25 บาทต่อหน่วย เพื่อนำไปทยอยชำระหนี้คงค้างให้กับ กฟผ.


ด้วยมองว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้มีความพยายามอย่างมากที่จะรักษาราคาไฟฟ้าของประเทศให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการปรับราคาไฟฟ้าลงทันทีเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายน จากเดิมที่ทาง กกพ. ประกาศราคาไฟฟ้าไว้ที่ 4.45 บาทต่อหน่วย สำหรับรอบการปรับครั้งที่ผ่านมา


ดังนั้นจึงยังเชื่อว่าจะมีการแทรกแซงการปรับราคาไฟฟ้าจากทางรัฐบาล และยังคงสมมติฐานราคาไฟฟ้าของฝ่ายวิจัยที่ 4.20 บาทต่อหน่วย ในการประเมินมูลค่าและราคาเป้าหมายในกลุ่มสาธารณูปโภค


ทั้งนี้ยังเหลือเวลาอีกกว่าเดือนก่อนที่ราคาไฟฟ้าใหม่นี้จะถูกนำมาใช้จริง จึงยังมองว่ามีความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP จากนโยบายการตรึงราคาไฟฟ้าของรัฐบาล และยังมีมุมมองเป็นลบต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP


อย่างไรก็ตามหลังราคาหุ้นปรับตัวดีขึ้นมาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมุมมองบวกจากตลาดที่คาดจะมีการประกาศปรับราคาไฟฟ้าขึ้นนี้ มองว่าเป็นโอกาสในการ “ขาย” ทำกำไรหุ้น BGRIM และ GPSC และยังคงคำแนะนำ “ขาย” ต่อหุ้นทั้งสองตัวบนแนวโน้มกำไรอ่อนตัวในปี 67 ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ PE ระดับสูงเกินไปในมุมมองของฝ่ายวิจัย


ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า ค่าไฟดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางต่ำสุดตามข้อเสนอของกกพ. ซึ่งจะคืนภาระต้นทุนคงค้างให้ EGAT ภายใน 2 ปี เป็นบวกต่อโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) แต่เป็นลบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น CPALL CPAXT


อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอค่าไฟฟ้าทั้ง 3 แนวทางของกกพ. ดังนั้นเชื่อว่าภาครัฐจะรอดู Feedback จากภาคอุตสาหกรรม – ประชาชน เพื่อรอแทรกแซง (Base Case อยู่ที่ 3.99 –4.30 บาท)


ขณะที่เนื่องจากฐานะการเงินของ EGAT เปราะบาง มาตรการแทรกแซงอาจให้ PTT ช่วยเหลือต้นทุนก๊าซเหมือนงวดปัจจุบัน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือสภาพคล่องเท่านั้น (ให้ส่วนลดราคาก๊าซชั่วคราว และโรงไฟฟ้าคืนค่าก๊าซในอนาคต) ไม่กระทบต่องบกำไร ขาดทุนของ PTT (กระทบเพียงกระแสเงินสด ประเมินผลกระทบงวดเดือนก.ย. – ธ.ค. 4 พันล้านบาท)


ส่วนปี 2567 คงมุมมองบวกต่อโรงไฟฟ้า SPP จาก 1.ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง 2.ค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และชดเชยการแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา 3.อุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น 4.กำลังผลิตใหม่ 5.แนวโน้ม Bond Yield ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว


วานนี้ GPSC BGRIM บวกเด่นรับข่าวไปแล้ว แต่ค่าไฟฟ้ายังมีโอกาสถูกภาครัฐแทรกแซง รวมทั้งวันนี้ (30 พ.ย.) BGRIM จะผันผวนจากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI และแนวโน้มไตรมาส 4/66 ไม่เด่น ลดลงจากไตรมาสก่อน เชิงกลยุทธ์ถ้าไม่มีสถานะ ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อในวันนี้

Most Viewed
Wealth EZ
“Passive Income”...คำตอบของการออมของ “คน 4.0” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มแอกซ่าเผยรายงาน ‘Future Risks Report 2026’ ชี้ AI แซงสภาพภูมิอากาศขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
โลกว่าเหนื่อยแล้ว ไทยเหนื่อยกว่า!! เศรษฐกิจโตช้า หนี้ท่วม ดอกเบี้ยแพง เงินเฟ้อยังซ้ำ แล้วคนไทยจะรวยกี่โมง??
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GASA ผนึก Gogolook และ Meta จัด Global Anti-Scam Summit Asia ในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.วรรณ ปักธง “ONE-USAV” ผ่าวิกฤต AI พิสูจน์กำไร! ชูจุดยุทธศาสตร์ “Growth to Value Rotation” เพิ่มโอกาสสร้างสมดุลพอร์ต รับมือตลาดสหรัฐฯ ผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us