MASTER ตั้งเป้าปี 67 รายได้โต 20% เดินหน้าลุยซื้อกิจการ ต่อเนื่อง คาดเตรียมย้ายเทรด SET ครึ่งหลังปีหน้า
MASTER ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 67 โต 20% จากการขยายตัวของธุรกิจโรงพยาบาล-รับรู้กำไรจากการลงทุน พร้อมเดินหน้าทำ M&P ต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบ 720 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 40% ของวี สแควร์ คลินิก คาดรับรู้กำไรในไตรมาส 2/67 เผยต้นปีหน้าได้ข้อสรุปเพิ่มอีก 1 ดีล เตรียมแผนย้ายเทรด SET คาดชัดเจนครึ่งหลังปีหน้า
นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2567 จะเติบโตประมาณ 20% จากการขยายตัวของธุรกิจโรงพยาบาล และการรับรู้กำไรจากธุรกิจที่บริษัทเข้าร่วมลงทุนในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในไตรมาส 3/67 รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตแบบ Inorganic ด้วยแผนกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (M&P) อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กลยุทธ์การเติบโตแบบ M&P เป็นแนวทางการขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมีนโยบายเข้าลงทุนในหุ้นของแต่ละบริษัทไม่เกิน 40% ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุนจำนวน 720 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นของบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการคลินิกเสริมความงามภายใต้ชื่อ “วี สแควร์ คลินิก” (V Square)
โดยเป็นการซื้อหุ้นสามัญเดิมจำนวน 186,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 200 บาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียนของ V Square จากผู้ถือหุ้นเดิมของ V Square ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/67 และสามารถรับรู้กำไรได้ในไตรมาส 2/67 นอกจากนี้บริษัทประเมินว่าในช่วงต้นปี 2567 จะเห็นความชัดเจนของดีล M&P เพิ่มอีก 1 ดีล
ด้านนางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MASTER กล่าวว่า การเข้าลงทุนใน V Square ครั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมปี 2566 บริษัทเข้าลงทุนทั้งหมด 10 บริษัท โดยแหล่งเงินทุนมาจาก IPO และเงินที่ได้จากการดำเนินงานรวม 1,500 ล้านบาท ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง บริษัทยังมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันบริษัทยังเหลือเงินจาก IPO อีกราว 300 ล้านบาท รวมถึงยังมีเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน และการออกหุ้นกู้ ฯลฯ ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทสามารถดำเนินกลยุทธ์การเติบโตแบบ M&A เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
“ดีลการเข้าซื้อหุ้นใน V Square Clinic ถือเป็นดีลใหญ่ของ MASTER ในปี 2566 ซึ่งการจับมือพันธมิตรทางธุรกิจในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสร้างโอกาสเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องในอนาคต รวมถึงเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ MASTER เติบโตอย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ในปี 2567 บริษัทมีแผนจะย้ายหุ้นเข้ามาทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จากเดิมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนผ่านเกณฑ์ของตลาดาหลักทรัพย์ฯ แล้ว และเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงขยายฐานนักลงทุนให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า
สำหรับทิศทางไตรมาส 4/66 บริษัทคาดว่าผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 3/66 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากไฮซีซั่นของธุรกิจ รวมถึงเริ่มรับรู้กำไรของ WIND Clinic - Rattinan Medical Center, บริษัท ด็อกเตอร์เชน เซอร์เจอรี่ ฮอสพิทอล จำกัด (Dr.Chen) และบริษัท คิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KIN Corp.) ช่วยหนุนให้ผลประกอบการปี 2566 เติบโตดี
