BCP ประกาศแผนธุรกิจปี 67 ตั้งเป้ารายได้ทะยาน 5 แสนล้านบาท อัดงบลงทุน 5 หมื่นลบ. ขยายธุรกิจ
BCP ประกาศปี 67 รายได้ทะยาน 5 แสนล้านบาท รับผลดีบุ๊ก “เอสโซ่” เต็มปี หนุนกำลังการผลิตพุ่ง 2.78 แสนบาร์เรล อัดงบลงทุน 5 หมื่นล้านบาท รองรับการขยายธุรกิจ พร้อมมองไกลปี 73 ดันอิบิทด้ากว่า 1 แสนล้านบาท
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2567 วางเป้าหมายรายได้ 5 แสนล้านบาท หลังเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทบางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC) หรือเดิมบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่จะรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี และจะมีกำลังการกลั่นเพิ่มเป็น 2.78 แสนบาร์เรลต่อวัน จากปี 2566 ที่ 1.55 แสนบาร์เรลต่อวัน
ทั้งนี้บริษัทกำหนดงบลงทุนปี 2567 ราว 5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาทิ โรงกลั่นและเทรดดิ้งน้ำมัน 9,000 ล้านบาท, BSRC 1,700 ล้านบาท, การตลาด 1,700 ล้านบาท, กรีนพาวเวอร์ 14,000 ล้านบาท, Bio-Base Product 800 ล้านบาท, Natural Resources 17,800 ล้านบาท และธุรกิจใหม่ 5,000 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มธุรกิจการตลาด ตั้งเป้าขยายเครือข่ายสถานีบริการจาก 2,221 สถานี ณ สิ้นปี 2566 เป็นมากกว่า 2,500 สถานีในปี 2573 ซึ่งรวมถึงสถานีบริการในรูปแบบ Unique Design ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค รวมถึงตั้งเป้าขยายร้านอินทนิลเพิ่มขึ้นปีละ 140 สาขา เป็น 2,000 สาขาในปี 2573
ขณะที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) โดยตั้งเป้าหมายปี 2567 ปริมาณการผลิตไฟฟ้า แตะ 7,770 กิกะวัตต์-ชั่วโมง เติบโตกว่าเท่าตัวจากปีนี้ 3,700 กิกะวัตต์-ชั่วโมง พร้อมมุ่งเน้นธุรกิจที่เป็น New S Curve อาทิ ธุรกิจกักเก็บพลังงานทั้งสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและสำหรับโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียว และธุรกิจการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
ส่วนบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้าหมายปริมาณจำหน่ายปี 2567 เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2566 เป็น 560 ล้านลิตร มุ่งสร้างการเติบโตในธุรกิจหลักจากการขยายเครือข่าย และเติบโตในธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง โดยร่วมกับบางจากฯ ในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงเชิงพาณิชย์ที่ร่วมทุนกับ Fermbox Bio จากสหรัฐอเมริกา
โดยในระยะแรกจะผลิตเอนไซม์ ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 200,000 ลิตรในปี 2567 และเพิ่มเป็นมากกว่า 1 ล้านลิตรในปี 2570 และขยายการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ด้านชีววิทยาสังเคราะห์ (Synbio) อื่น ๆ
ด้านกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและกลุ่มธุรกิจขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ มุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านการขยายธุรกิจ โดยธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตั้งเป้าหมายเติบโต 74% มีกำลังการผลิตปิโตรเลียม 40,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในปี 2567
อีกทั้งมีเป้าหมายกำลังการผลิตมากกว่า 100,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ภายในปี 2573 จากการดำเนินการแหล่งปิโตรเลียมในประเทศของนอร์เวย์ผ่านบริษัทฯ OKEA ASA รวมถึงการแสวงหาการเติบโตในธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติ ในแหล่งใหม่ ๆ ในทวีปอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ
ทั้งนี้ ในปี 2573 บริษัทวางเป้าหมายมี EBITDA อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท พร้อมกำหนดงบลงทุนรวม ( ปี 2567-2573) ที่ 1.5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ โดยมีแผนยุทธศาสตร์จากนี้ไปจนถึงปี 2573 เพื่อความเติบโตทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก
รวมถึงแผนพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งต่อยอดจากธุรกิจปัจจุบัน (Extend) และแสวงหาโอกาสในการกระจายการลงทุนในธุรกิจอื่น (Diversify) เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคต
ได้แก่ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งจะเป็นพลังงานสะอาดที่เป็น Bridging Energy ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ ธุรกิจการให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและมุ่งสู่การเป็นผู้นำการให้บริการแพลตฟอร์ม Battery as a Service (BaaS) สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้มีสถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BiiC) ที่เน้นศึกษาเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงานที่ยั่งยืน และเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ เป็นต้น
