GPSC ทุ่มงบ 1.27 พันล้านบาท ขยายพอร์ตพลังงานแสงอาทิตย์อีก 90 MW โบรกฯ ชี้ช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว
GPSC ทุ่มงบ 1,275 ล้านบาท ส่งบริษัทย่อยเข้าซื้อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและไต้หวัน รวม 90 เมกะวัตต์ โบรกฯ มองจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาวและโอกาสขยายการลงทุนในจีน
นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทั้งหมด 100% เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ จำกัด (GRP) จากบริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเมนท์ จำกัด (PTTGM)
โดยเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT จำนวน 10,007,500 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วน 50% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ GRP มีมูลค่าการซื้อหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,275 ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากการเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจาก PTTGM จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน GRP ของกลุ่มบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมรวมเป็น 100% ของทุนจดทะเบียนของ GRP
สำหรับบริษัท GRP ประกอบธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร โดยปัจจุบัน GRP มีการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและไต้หวัน รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 90 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ การเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น GRP ดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. ในการสนับสนุนบริษัทในฐานะแกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. (PTT Group’s Power Flagship) และเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกันการปรับโครงสร้างในครั้งนี้เป็นการรวมความพร้อมทางด้านบุคลากร ทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ 15,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573
อย่างไรก็ดี GRSC จะเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนตามที่คู่สัญญาตกลงกันนั้น สำเร็จครบถ้วน อาทิหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาอนุญาตให้ GRSC เข้าซื้อหุ้นที่ซื้อขายจาก PTTGM เป็นต้น โดยบริษัทคาดว่าธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/67 ซึ่งภายหลังจากธุรกรรมการซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้น GRP และบริษัทย่อยของ GRP จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า GPSC แจ้งว่าได้เข้าซื้อหุ้น 50% ของบจ. โกลบอล รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ (GRP) จากบริษัทย่อยของปตท. มูลค่าการซื้อขาย 1,275 ล้านบาท ภายหลังการเข้าซื้อจะทำให้ GPSC ถือหุ้นใน GRP เป็น 100% และคาดดีลจบภายในไตรมาส 2/67
โดยหากมองในระดับกลุ่มปตท. ถือเป็นการปรับโครงสร้างให้ธุรกิจพลังงานมีความคล่องตัวมากขึ้นและเป็นการเสริมพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้ GPSC เนื่องจาก GRP ดำเนินการลงทุนในโรงไฟฟ้า Solar farm กำลังการผลิตรวม 90 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นในไทย 40 เมกะวัตต์ และอีก 50 เมกะวัตต์ อยู่ในไต้หวัน
รวมถึง GRP มีแผนจะลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนในจีนในอนาคต ทั้งนี้จากงบการเงินล่าสุด GRP มีผลขาดทุนอยู่ประมาณ 200 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการหาโอกาสลงทุนในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามบริษัทคาดจะกลับมาทำกำไรได้ภายหลังปิดดีล เนื่องจากคาดว่า EBITDA จะ เพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาท จากการ Synergy ที่จะเกิดขึ้น โดยหลักมาจากการลดต้นทุนที่ใช้ร่วมกันได้
โดยรวมมองว่าจะทำให้กำลังการผลิตบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นการเสริมการเติบโตในระยะยาว และระยะสั้นจะได้รับ Sentiment บวก จากโอกาสที่จะเปลี่ยนโครงสร้างราคา Pool Gas ทำให้ต้นทุนถูกลง คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มองเป็นประเด็นบวกเล็กน้อยต่อ GPSC การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าไม่มาก 45 เมกะวัตต์ คิดเป็น 0.5% ของกำลังผลิต 8,340 เมกะวัตต์ แต่ด้วยการเข้าถือหุ้นทั้ง 100% จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพทางธุรกิจผ่านการลดค่าใช้จ่าย อันจะช่วยเพิ่มกำไรได้ในอนาคต
รวมถึงเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนและสามารถกู้ยืมเงินเพิ่มเติมซึ่ง GPSC มีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ภายใต้ GRP ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย GRP ได้จัดตั้ง บ.ย่อยเพื่อมองหาโอกาสในจีนแล้ว พร้อมกับคาดว่าดีลนี้จะช่วยสร้างกำไรเห็นชัดขึ้นในปีหน้าภายหลัง GPSC เข้าไปบริหารจัดการแล้ว หลังจากบันทึกส่วนแบ่งขาดทุน 38 ล้านบาท ในช่วง 9เดือนปี 66 แนะนำ “ซื้อ”
