สำรวจงบกลุ่ม “ปูนซิเมนต์ไทย” ปี 66 ธุรกิจแพคเกจจิ้งยังมีความท้าทาย
หากพูดถึงกลุ่มหุ้นบริษัทจดทะเบียนไทย นอกจากกลุ่มปตท.ก็ยังมีอีกหลายกลุ่มที่นักลงทุนพอจะนึกถึง หรือให้ความสนใจ ซึ่งกลุ่มเอสซีจีเองก็เป็นหนึ่งอันดับต้นๆที่ถูกพูดถึงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในแง่ของผลการดำเนินงานที่นักลงทุนหลายคนต่างเฝ้าจับตามอง
ดังนั้น ในวันนี้ทางเราก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคาดการณ์กำไรสุทธิของกลุ่มเอสซีจี พร้อมกับวันประกาศตัวเลขผลประกอบการในปี 2566 มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้
โดยคาดการณ์วันประกาศตัวเลขผลประกอบการปี 2566 ของกลุ่มเอสซีจี เริ่มจาก บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD คาดวันที่ 22 มกราคม 2567 ต่อมาเป็นบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP คาดวันที่ 23 มกราคม 2567 และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ที่คาดจะประกาศในวันที่ 24 มกราคม 2567
สำหรับตัวเลขของผลประกอบการเริ่มกันที่ SCGD บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2566 ที่ 621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้า หนุนจากรายได้ตามยอดขายในประเทศไทยและต่างประเทศจะเติบโตขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวขึ้น
ดังนั้น จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 14 บาท ตามทิศทางของกำไรสุทธิในปี 2567 ที่จะขยายตัวขึ้นตามการเติบโตของรายได้และอัตรากำไร ขณะเดียวกันที่ราคาหุ้นซื้อขายในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอ
ขณะที่ SCGP บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2566 ของ SCGP ที่ 5,303 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน ตามยอดขายที่ปรับลดลง แต่อย่างไรก็ดีไตรมาส 4/66 กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อน ด้วยฐานที่ค่อนข้างต่ำและธุรกิจ Fibrous (FB) แข็งแกร่งขึ้น
ทั้งนี้ ยังแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 39 บาท แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมา แต่ธุรกิจยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายๆด้าน ไม่ว่าเป็นสถานการณ์ในจีน, การเข้าซื้อ Fajar, และต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น ที่ยังไม่ความชัดเจน
สุดท้าย SCC บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินกำไรสุทธิในปี 2566 ที่ 26,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อหน้า เนื่องจากมีการบันทึกกำไรพิเศษราว 1 หมื่นล้านบาท จากการปรับโครงการ SJWD และ NocNoc
พร้อมกับ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 340 บาท เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซด์และมูลค่าหุ้นมีส่วนลดสูง แต่อย่างไรก็ตามเชิงกลยุทธ์อาจรอผ่านงบไตรมาส 4/66 ไปก่อน ด้วยระยะสั้นหุ้นยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจนมีโอกาสถูกตลาดปรับลดประมาณการ ทั้งนี้คาดเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 66 ที่ 5.5 บาท/หุ้น

