Official Update :

ส่อง 5 กองรีท โรงแรม-สนามบิน สอดรับโอกาสเมื่อท่องเที่ยวไทยโดดเด่น

ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว และเห็นทิศทางที่เป็นบวกอย่างชัดเจน โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า สัญญาณภาคท่องเที่ยวยังเป็นบวกชัดเจน จาก 1. AOT เปิดเผยยอดผู้ใช้บริการสนามบินเดินทางตปท. (รายงานชี้นำนักท่องเที่ยวต่างชาติ) 1-3 ก.พ. 67 สูง 84.8% ของ Pre-COVID เร่งขึ้นอีกจากม.ค. 67 ที่อยู่ 82% และทรงตัวใกล้เคียงสัปดาห์ที่ 5 ของเดือนม.ค. ที่ 85.2% แม้ฐานก.พ. 62 จะสูงช่วงต้นเดือน


เนื่องจากวันตรุษจีนปี 2562 อยู่ในวันที่ 5 ก.พ. (ขณะที่ปี 2567 อยู่ในวันที่ 9 ก.พ.) ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติก.พ. 67 ราว 3 ล้านคน ยังรักษาโมเมนตัมต่อจากเดือนม.ค. ที่มีนักท่องเที่ยว 3.03 ล้านคน โดยจุดเด่นช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของม.ค. คือ นักท่องเที่ยวรวมเฉลี่ยต่อวันยังสูงประมาณ 1 แสนราย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนขึ้นทำ New High ที่ 2.13 หมื่นคน


นอกจากนี้ในระยะสั้นเทศกาลตรุษจีนคาดทำให้นักท่องเที่ยวเร่งตัวต่อในเดือนก.พ. และตามด้วยแรงหนุนมาตรการฟรีวีซ่าไทย-จีนมีผลถาวร ผสานรัฐบาลยังมีแผนผลักดันแรงขับเคลื่อนชาติอื่นต่อเนื่อง อาทิ อินเดีย (กำลังเจรจาเพิ่มเที่ยวบิน) ยุโรป (เจรจาฟรีเชงเก้นวีซ่า) ทำให้เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2567 ที่ตลาดประเมิน 32 ล้านคน จะมี Upside ราว 8-10%


แน่นอนว่าเมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวดีต่อเนื่องธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า สนามบิน ตลอดจนสายการบิน น่าจะได้รับผลบวกแน่นอน ซึ่งก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้นำเสนอข้อมูลหุ้นที่ได้รับประโยชน์ไปแล้ว วันนี้จึงขอนำ 5 กองรีท ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงแรมและสนามบิน ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลบวกไม่แพ้กันมาฝากนักลงทุน


โดยกองแรกที่หยิบมานำเสนอคือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล หรือ LHHOTEL ซึ่งจะลงทุนในสินทรัพย์แบบ Leasehold หรือการเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โดยในรอบ 3 เดือน (เดือนพ.ย. 66 - ก.พ. 67) ทำผลตอบแทนได้ +21%


ปัจจุบัน LHHOTEL ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมจำนวน 5 โรงแรม ประกอบด้วย โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ เป็นระยะเวลาประมาณ 21 ปี, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 เป็นระยะเวลาประมาณ 27 ปี, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เป็นระยะเวลา ประมาณ 28 ปี และ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เป็นระยะเวลา ประมาณ 25 ปี 


ถัดมาเป็น กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี หรือ DREIT ซึ่งลงทุนทั้งแบบซื้ออสังหาริมทรัพย์มาเป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) และ Leasehold โดยทำผลตอบแทนช่วง 3 เดือนได้ +2.64% ปัจจุบัน DREIT ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 3 โรงแรม ประกอบด้วย โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต, โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และ โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์


ลำดับ 3 เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินการบินกรุงเทพ หรือ BAREIT ลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และส่วนควบของทรัพย์สินบางส่วนที่ใช้ในการดำเนินงานสนามบิน ภายในโครงการสนามบินสมุย ประกอบด้วย ทางวิ่ง, ทางขับ และ ลานจอดอากาศยาน, อาคารผู้โดยสารบางส่วน (ไม่รวมส่วนพื้นที่เช่าเพื่อการค้า) และอาคารสนับสนุนอื่นซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินที่เช่า โดยทำผลตอบแทนช่วง 3 เดือนได้ +15.91% 


ลำดับ 4 เป็น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท หรือ ERWPF ลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) โรงแรมไอบิส ป่าตอง และ โรงแรมไอบิส พัทยา ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคาร งานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงแรม และเฟอร์นิเจอร์ ทรัพย์สินติดตรึงตรา และอุปกรณ์ต่างๆ โดยทำผลตอบแทนช่วง 3 เดือนได้ +20.42% 


และสุดท้ายเป็น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หรือ QHHR ลงทุน Freehold ในโครงการ เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ เพชรบุรี และโครงการ เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ สุขุมวิท รวมถึงลงทุน Leasehold ในโครงการ เซนเตอร์ พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หลังสวน โดยทำผลตอบแทนช่วง 3 เดือนได้ +23.15% 


อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 กองที่ Wealthy Thai หยิบยกมานำเสนอนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองรีทที่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้อาจขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องติดตามข่าวสาร เพื่อหาจังหวะและโอกาสในการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ต