Official Update :

MASTER เผยปี 66 มีกำไรสุทธิ 416 ลบ.โต 38% หลังรายได้จากการทำหัตถการเพิ่มขึ้น จ่ายปันผล 0.14 บาท พ่วงแจกหุ้นปันผลอีก 0.14 หุ้น

นายพิสุจน์ น้ำสา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินบัญชี บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า ในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 1,916.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 434.17 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 29.28 จากปี 2565


โดยรายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น 359.28 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 30 จากปี 2565 รายได้เพิ่มขึ้นในทุกหัตถการ ทั้งศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมยุบโหนกตัดกราม ศัลยกรรม ดูดไขมัน สุขภาพชาย ศัลยกรรมยกคิ้ว และค่าบริการตรวจสุขภาพ เนื่องจากบริษัทฯ เพิ่มจำนวนแพทย์ และทำกิจกรรม ส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามารับบริการเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า


ดังนั้นเองจึงส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 416.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.34 จากปี 2565


ขณะเดียวกันในปี 2566 บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565 จากร้อยละ 20.20 เป็นร้อยละ 21.42 ซึ่งมีสาเหตุมาจากซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ประกอบกับรายได้อื่นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิที่สูงขึ้น


นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการจัดสรรเงินกำไรประจำปี 2566 ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนสำรองตามกฎหมายเป็นเงินจำนวน 2,400,000 บาท


และการจ่ายปันผลสำหรับ ผลการดำเนินงานสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ในรูปแบบหุ้นปันผลและเงินสดจากกำไรสะสมจำนวน 41,485,652.0571429 บาท และกำไรสุทธิ จำนวน 411,369,684 บาท


ตามรายละเอียดดังนี้ หุ้นปันผลในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 0.142857142857143 หุ้นปันผล หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล ในอัตราหุ้นละ 0.142857142857143 บาท กรณีมีเศษหุ้น บริษัทจะจ่ายเป็นเงินสดแทนในอัตราหุ้นละ 0.142857142857143 บาท


เงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.0142857142857143 บาท สำหรับหุ้นจำนวน 263,999,604 หุ้น คิดเป็นจำนวน 3,771,422.91428572 บาท เพื่อนำไปชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินปันผล ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมเป็นเงินปันผลจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.157142857142857 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 41,485,652.0571429 บาท