JMART มั่นใจผลงานปี 67 ทำนิวไฮ JMT ลุยซื้อหนี้ เติมพอร์ตทะลุ 5 แสนลบ. SINGER ไตรมาส 1 ผุดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
JMART มั่นใจผลงานปี 2567 ทำนิวไฮ คาดไตรมาส 1/67 โครงการรัฐ-สินค้าใหม่-สินเชื่อ Samsung Finance+ หนุนยอดขายโต 20% ส่วน JMT เดินหน้าซื้อหนี้เสียต่อเนื่อง ดันพอร์ตคงค้างทะลุ 500,000 ล้านบาท ด้าน SINGER ตั้งเป้ายอดขาย 1,500 ล้านบาท โต 2 เท่าจากปีก่อน ชี้ไม่มีสำรวจขนาดใหญ่ หวังสามารถทำกำไรดีขึ้น
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า มั่นใจว่าผลประกอบการปี 2567 จะสามารถทำนิวไฮได้ จากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และบริษัทในกลุ่ม โดยเฉพาะ JMT ที่คาดทำนิวไฮทั้งในด้านการจัดเก็บกระแสเงินสดและกำไร รวมถึง SINGER ที่คาดผลงานจะฟื้นตัวจากปีก่อนชัดเจน
สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ บริษัทประเมินแนวโน้มไตรมาส 1/67 ผลประกอบการจะเติบโต 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยบวกจากโครงการ Easy E-Receipt ช่วยหนุนให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้น การเปิดตัวสินค้าใหม่ และบริการสินเชื่อ Samsung Finance+ ที่จะรักษาระดับการเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้กำไรจากการเข้าลงทุนในบริษัทต่างๆ โดยคาดว่าในปี 2567 จะรับรู้กำไรส่วนนี้ราว 950 ล้านบาท ส่วนการเข้าลงทุนในบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) หรือ สุกี้ตี๋น้อย บริษัทคาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 913 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายสาขาใหม่
ทั้งนี้ ในปี 2567 สุกี้ตี๋น้อยมีแผนจะขยายสาขาใหม่ในโซนภาคเหนือและอีสาน จำนวน 24 สาขา เช่น จังหวัดเชียงใหม่ 3 สาขา อุดรธานี 2 สาขา ขอนแก่น 2 สาขา ระยอง 2 สาขา และจังหวัดชลบุรี เป็นต้น ส่งผลให้สิ้นปีนี้สุกี้ตี๋น้อยจะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 79 สาขา จากสิ้นปีก่อนที่ 55 สาขา
ด้านความคืบหน้าของแผนการนำบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและการจัดทำหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ซึ่งคาดว่าจะยื่นให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ในช่วงไตรมาส 3/68 และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในช่วงต้นปี 2569
JMT คาดพอร์ตหนี้คงค้างทะลุ 5 แสนล้าน
ขณะที่นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยว่า จากช่วงต้นปี 2567 จนถึงปัจจุบัน (เดือนม.ค.-ก.พ.67) สถานการณ์การจัดเก็บหนี้ยังไม่โดดเด่น เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ ส่งผลให้ยอดจัดเก็บกระแสเงินสด (Cash Collection) ยังอยู่ในระดับทรงตัว
โดยประเมินครึ่งหลังของปี 2567 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2568 จะมีความโดดเด่นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการขายมูลหนี้ใหม่ของทางสถาบันการเงิน และมูลหนี้เสียใหม่ที่เข้ามาในระบบ ทำให้คาดว่าการซื้อหนี้เข้ามาบริหารในพอร์ตจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินภาพรวมพอร์ตหนี้คงค้างในปีนี้จะยืนเหนือระดับ 500,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินประกาศขายหนี้ในช่วงครึ่งปีหลังออกมาเร็ว อาจทำให้พอร์ตหนี้คงค้างเติบโตสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน JK AMC บริษัทมองว่าปี 2567 จะได้รับส่วนแบ่งกำไรมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ NPL ของบริษัทแม่จะเข้ามาได้มากแค่ไหน
ปัจจุบันบริษัทมีแหล่งเงินทุนและกระแสเงินสดในมือค่อนข้างมาก จึงเพียงพอต่อการลงทุนและรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2567 ได้ทุกสถานการณ์
SINGER ตั้งเป้ายอดขายโต 1.5 พันล้าน
ด้านที่นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 2 เท่าจากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากขยายช่องทางการขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การเร่งระบายสต๊อกสินค้ามือสองให้มากขึ้น และโครงการ ล็อคโฟน ที่มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/67 บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และรถจักรยานไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด โดยปีนี้บริษัทจะไม่มีการตั้งสำรองขนาดใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงคาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับการไหลตกชั้นของลูกหนี้ ปัจจุบันลูกหนี้ใน stage 2 (ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ) และ stage 3 (สินเชื่อด้อยคุณภาพ : NPL) ยังอยู่ในระดับทรงตัว เบื้องต้นประเมินสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นจากปี 2566
