ส่องพื้นฐาน “หุ้นกลุ่มซีพี” ไตรมาส 2/67 ผลงานดีต่อเนื่องหรือไม่ ?
ไตรมาส 1/67 ถือเป็นไตรมาสที่ดีสำหรับหุ้นกลุ่มซีพี หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งในส่วนของ CPALL และ CPAXT ที่ยอดขายยังขยายตัวต่อเนื่อง ส่วน TRUE แม้จะขาดทุนแต่หากไม่รวมรายการพิเศษ บริษัทจะมีกำไรปกติครั้งแรกหลังควบรวมกิจการ และที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดคือ CPF ที่ถูกคาดว่าจะขาดทุน แต่ผลประกอบการออกมาพลิกมีกำไร ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตอบรับปัจจัยบวก
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มไตรมาส 2/67 ของหุ้นในกลุ่มซีพีอย่าง CPALL, CPAXT, TRUE และ CPF จะมีทิศทางเป็นอย่างไร ยังสามารถสร้างผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องได้หรือไม่
สำหรับ CPALL ในไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาด 24% และตลาดคาด 22% โดยกำไรที่เติบโตดีทั้งจากไตรมาส 1/66 และ 4/66 เพราะได้แรงหนุนจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ที่มียอดขายเติบโตทั้งจากสาขาเดิม และการเปิดสาขาใหม่ขณะที่ยังคุมค่าใช้จ่ายขายได้ดี
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/67 นักวิเคราะห์ประเมินว่ายังสดใสต่อเนื่อง คาดกำไรจะเติบโตทั้งจากไตรมาส 2/66 และไตรมาส 1/67 คาดยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ของ 7-Eleven ยังได้แรงหนุนจากอากาศร้อน ที่เอื้อต่อยอดขายเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่หนุนการท่องเที่ยวและการขายสินค้าอาหารพร้อมทาน รวมทั้งของใช้ส่วนตัว ของเล่นที่ใช้ในเทศกาลอย่างปืนฉีดน้ำ โดยคาดการณ์กำไรปี 2567 ที่ 23,748 ล้านบาท โต 29% จากปีก่อน คงคําแนะนํา Outperform ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 81 บาท เป็น 88 บาท

ถัดมา CPAXT ภาพรวมไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 2,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 24% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และตลาดคาด โดยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในด้านความสามารถในการทำกำไรของ Lotus’s ส่งผลให้กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/66
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/67 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะอยู่ในระดับปานกลางในไตรมาส จากการตรวจสอบของฝ่ายวิเคราะห์พบว่ายอดขายสาขาเดิมเติบโตแข็งแกร่งในเดือนเม.ย. ทั้งจาก makro และ Lotus’s ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรในไตรมาส 2/67 จะเติบโตจากไตรมาส 2/66 แต่กำไรอาจลดลงจากไตรมาส 1/67 เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล โดยประเมินปี 2567 จะมีกำไร 10,954 ล้านบาท โต 26.78% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 34 บาท

ด้าน CPF ในไตรมาส 1/67 พลิกมีกำไรสุทธิ 1,152 ล้านบาท ดีกว่าที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และตลาดคาดการณ์ เพราะส่วนแบ่งกำไรบริษัทย่อย CPALL และ CTI สูงกว่าคาด ประกอบกับ GPM และ SG&A ดีกว่าคาด ส่วนของทิศทางไตรมาส 2/67 ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติที่ 1,842 ล้านบาท สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 1,700 ล้านบาท และปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 1/67 ซึ่งปัจจัยหลักคือ ราคาหมูเวียดนามเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ราคาหมูและไก่ไทยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์โดยเฉพาะถั่วเหลืองลดลง ด้านราคาไก่อินเดีย ลาว กัมพูชา สูงขึ้น และปริมาณส่งออกไก่ รวมถึงการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น
สำหรับส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL และ CPAXT คาดเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะเป็น high season หน้าร้อนและเทศกาลสงกรานต์ หนุนยอดขายเพิ่มขึ้น ด้านส่วนแบ่งกำไรจาก Hylife คาดจะเพิ่มขึ้นเพราะส่งออกได้มากขึ้น ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2567 คาดพลิกเป็นกำไรที่ 9,848 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 5,207 ล้านบาท ให้คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 22 บาท

สุดท้าย TRUE นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในไตรมาส 1/67 รายงานผลขาดทุนสุทธิ 769 ล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 34 ล้านบาท และขาดทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เพราะผลของการรวมโครงข่าย 1,600 ล้านบาท ผลงานไตรมาส 1/67 จะมีกำไรปกติเป็นครั้งแรกหลังควบรวมกิจการที่ 767 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เทียบกับขาดทุนปกติ 1,600 ล้านบาท ในไตรมาส 4/66 และขาดทุนปกติ 1,900 ล้านบาท ในไตรมาส 1/66
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/67 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดกำไรปกติจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำที่ขาดทุนสุทธิสูงถึง 2,320 ล้านบาท แต่อาจปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1/67 จากกําลังซื้อที่ยังฟื้นช้า กดดันยอดใช้งานโดยเฉพาะบริการแบบเติมเงิน รวมถึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยลดลง และคาดยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือจะคาดชะลอลง โดยภาพรวมปี 2567 คาดพลิกเป็นกำไร 1,051 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 15,690 ล้านบาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Outperform และราคาเป้าหมายเป็น 9.60 บาท

