Official Update :

GRAMMY ราคาพุ่งแรงชนซิลลิ่ง รับกลุ่ม Tencent ยักษ์ใหญ่จีน แลกหุ้น Joox เข้าถือ GMM Music เสริมแกร่งแผนสปินออฟ

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น GRAMMY หรือ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เช้าวันนี้ (4 มิ.ย. 67) ปรับตัวขึ้นร้อนแรงชนซิลลิ่ง ล่าสุดอยู่ที่ 7.50 บาท เพิ่มขึ้น 29.31% จากวันก่อนหน้า รับ Tencent Music Entertainment Group และ Tencent Holdings Limited ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี และ Platform จากประเทศจีน เข้าหุ้น GMM Music สัดส่วน 10% คิดเป็นมูลค่า 2,570 ล้านบาท


โดย GRAMMY แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ คณะกรรมบริษัทอนุมัติการจําหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จํากัด (มหาชน) (GMM Music) ให้แก่ Black Serenade Investment Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งร่วมกันระหว่าง Tencent Music Entertainment Group และ Tencent Holdings Limited จํานวนรวมทั้งสิ้น 80,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและชําระแล้วทั้งหมดของ GMM Music ในมูลค่า 70,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าในสกุลเงินบาทประมาณ 2,570,827,000 บาท )


กลุ่มผู้ซื้อจะชําระค่าตอบแทนด้วยเงินสด และหุ้นสามัญจํานวน 30% ของ Joox Thailand (Hong Kong) Limited (Joox Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Tencent Music Entertainment Group ที่ประกอบธุรกิจ แพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์ JOOX เพื่อกลุ่มผู้ใช้บริการที่มาจากประเทศ


จากการที่กลุ่มผู้ซื้อเลือกชําระค่าตอบแทนบางส่วนด้วยหุ้นสามัญจํานวน 30% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและชําระแล้วทั้งหมดของ Joox Thailand ส่งผลให้ GMM Tomorrow Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% จะรับโอนหุ้นสามัญของ Joox Thailand จากกลุ่มผู้ซื้อซึ่งไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจํานวนทั้งสิ้น 3 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและชําระแล้วทั้งหมดของ Joox Thailand ในมูลค่า 25,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าในสกุลเงินบาทประมาณ 918,152,500 บาท )


ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าการเข้าทําธุรกรรมการจําหน่ายหุ้นสามัญของ GMM Music และธุรกรรมการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของ Joox Thailand จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/67


ขณะที่นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผน Spin-Off ของบริษัทที่ต้องการสร้าง New Music Economy ของไทยให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน เรามีแผนความร่วมมือที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม โดยประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่มีทั้งศักยภาพและโอกาสที่ใหญ่มาก แน่นอนว่า การเข้าร่วมลงทุนในครั้งนี้คือ “สะพานขนาดใหญ่” ของอุตสาหกรรมเพลง ที่จะทำการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ตลอดจนสร้างชื่อเสียงในระดับสากลและนำมาซึ่งความเจริญเติบโตทั้งในด้านผลประกอบการ และสร้างเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงยิ่งขึ้น ไปจนถึงยกระดับอุตสาหกรรมเพลงไทยในภาพรวม