หุ้นกลุ่มค้าปลีก กำไรจะโดดเด่นช่วงครึ่งหลังปี 67
สัปดาห์ก่อนหน้าศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. 67 ที่ 60.5 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 7 เดือน สะท้อนความกังวลของผู้บริโภคว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า หลัง GDP ไตรมาส 1/67 ขยายตัวเพียง 1.5% ในขณะที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว อีกทั้งปัจจัยกดดันสำคัญคือไทยยังขาดเสถียรภาพด้านการเมืองในประเทศ
โดยตัวเลขดังกล่าวถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มค้าปลีกโดยตรง และสอดคล้องกับตัวเลขยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จากต้นไตรมาส 2/67 ถึงปัจจุบัน (เม.ย.-พ.ค. 67) ของหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ชะลอการเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 1/67 ที่ผ่านมา หรือบางราย SSSG พลิกกลับเป็นติดลบอีกครั้ง
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/67 แม้กำไรอาจชะลอตัวจากไตรมาส 1/67 แต่ยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 คาดจะเติบโตโดดเด่น ทั้งจากครึ่งหลังของปี 2566 และครึ่งแรกของปีนี้ โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/67 กลุ่มค้าปลีกเติบโตจะเติบโตจากไตรมาส 1/67
ซึ่งปัจจัยหลักมาจาก CPALL และ CPAXT ตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ผู้ประกอบการรายอื่นคาดกำไรชะลอตัวจาไตรมาส 1/67 หากเทียบกับไตรมาส 2/66 คาดกำไรยังเติบโตได้จาก 1. GPM และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการหลายรายช่วยชดเชย SSSG ที่อ่อนแอ, 2. เม็ดเงินจากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่มากขึ้นช่วงปลายไตรมาส และ 3. ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยที่ลดลง
สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังของปี 2567 คาดผลประกอบการโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เด่นกว่าครึ่งแรกของปีนี้จาก 1. เงินเฟ้อไทยเดือนพ.ค. เริ่มกลับมาเป็นบวก 2 เดือนติดต่อกัน คาดหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะถัดไป, 2. แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณเบิกจ่ายของภาครัฐฯ มาตรการอื่นๆ ประกอบกับการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และ 3. หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในไตรมาส 4/67 คาดช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค
จากมุมมองดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายวิเคราะห์คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มค้าปลีก “เท่ากับตลาด” การฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคที่จำกัด เราชอบกลุ่มค้าปลีกอุปโภคบริโภคมากกว่ากลุ่ม Home Improvement ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ แม้ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกจะลดลง 7% จากเดือนก่อนหน้า และส่วนใหญ่ซื้อขายบน PER ปี 2567 เทียบเท่า -1SD ถึง -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี สะท้อน Downside ที่จำกัดมากแล้ว
แต่จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังไม่เด่น และกลุ่มค้าปลีกซึ่งเป็นตัวเลือกหลักธีม Domestic Play ได้รับ Sentiment ลบโดยตรงจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์คาดจังหวะการเข้าลงทุนอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิ.ย. หากประเด็นทางการเมืองเริ่มคลี่คลายจะเป็นจังหวะกลับเข้าสะสม
ฝ่ายวิเคราะห์เลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มค้าปลีก โดยหุ้นซื้อขายบน PER ปี 2567 เพียง 24 เท่า ต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลังและสถานะถือครองของนักลงทุนต่างชาติตต่ำกว่าอดีตมากเหลือ 23% ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 76 บาท ส่วนหุ้นอื่นๆ เช่น BJC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 28 บาท, CPAXT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 37 บาท และ CRC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 40 บาท

