Official Update :

เปิดโผหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก หวังตลท. ใช้ Uptick Rule เพิ่มเสถียรภาพ ดันราคาหุ้นฟื้น

วันนี้ (18 มิ.ย. 67) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตรียมแถลงความเข้าใจมาตรการใหม่ที่เกี่ยวกับ Uptick Rule ก่อนจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 แทน Zero-plus Tick เดิม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย รวมถึงมีโอกาสทำให้หุ้นที่ถูกขายชอร์ตอย่างหนักและยังไม่ได้ปิดสถานะราคาฟื้นตัวกลับมาได้


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า การนำ Uptick Rule มาใช้มองเป็นบวกต่อ SET เพราะ Uptick rule ที่ต้องเปิด short ที่ราคา offer หรือราคาที่สูงกว่าราคาตลาดจะทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจน้อยลงในการขายชอร์ต และทำให้การขายชอร์ตเป็นไปได้ยากขึ้น ส่งผลให้ลดความผันผวนของตลาดในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ


ในรอบก่อนหน้าที่ SET มีการใช้มาตรการดังกล่าว (13 มี.ค. - 30 ก.ย. 63) SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น +9.5% ในช่วงเวลาดังกล่าว


ดังนั้นในรอบนี้ จึงมองว่าหุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตและยังไม่ซื้อคืนในปริมาณที่สูง (มากกว่า 1%) รวมถึงหุ้นที่ยังคงมีผลประกอบการต่ำกว่าตลาด (YTD -8.4%) หรือมีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีโอกาสที่จะเห็นการทยอยปิดสถานะชอร์ตอย่างเร่งด่วนก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ หุ้นที่เข้าข่าย ได้แก่


หุ้นที่ถูกขายชอร์ตและยังไม่ปิดสถานะ/ทุนชำระแล้วสูงเกิน 1% และยังคงมีผลประกอบการต่ำกว่าตลาด (จากต้นปี -8.4%)
- HANA (2.77%, YTD -15%)
- IVL (2.01%, YTD -27.3%)
- KCE (1.66%, YTD -22.3%)
- BTS (1.42%, YTD -36.8%)
- AP (1.26%, YTD -25.7%)
- GPSC (1.26%, YTD -18%)
- CBG (1.22%, YTD -19.4%)
- PTTGC (1.05%, YTD -20.8%)


หุ้นที่ถูกขายชอร์ตและยังไม่ปิดสถานะ/ทุนชำระแล้วสูงเกิน 1% แต่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
- TOP (2.2%)
- BEM (1.84%)
- MTC (1.36%)
- MINT (1.24%)
- OSP (1.15%)
- AOT (1.0%)