รู้จัก Uptick Rule กฎใหม่ช่วยป้องกันการทุบราคาหุ้น!
ตลาดหุ้นไทยกำลังขาดความเชื่อมั่น ดัชนีลงมาต่ำสุดในรอบ 4 ปี
ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2567 ตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนจากกฎ Zero Plus Tick Rule (ขายชอร์ตที่ราคาเท่าหรือสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด) เป็น Uptick Rule (ขายชอร์ตที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด) เพื่อป้องกันการกดราคาหุ้น
กฎ Uptick Rule จะช่วยให้ตลาดหุ้นมีเสถียรภาพมากขึ้น ลดการขายชอร์ตที่กดดันราคา สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมากขึ้น Wealthy Thai มีตัวอย่างที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกฎใหม่นี้ได้ง่ายและชัดเจนมาฝาก!

Uptick Rule คือ กฎที่กำหนดให้ขายชอร์ตได้ในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายเท่านั้น เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ (ปัจจุบันให้ขายชอร์ตได้ที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่า Zero-plus Tick)

Short Sell = ยืม (หุ้น) ก่อนคืนทีหลัง
คือ การยืมหุ้นมาขายเพื่อลงทุนในช่วงที่ดัชนีอยู่ในทิศทางขาลง ซึ่งเป็นกลยุทธ์การลงทุนหนึ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างรุนแรง
โดยนักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีหุ้นตัวนั้นอยู่ในพอร์ต แต่สามารถไปยืมหุ้นจากโบรกเกอร์ที่ตัวเองเปิดบัญชีซื้อขายอยู่มาทำการขายออกไปก่อน
หลังจากนั้น หากราคาหุ้นปรับลดลงตามที่ประเมินเอาไว้ นักลงทุนก็จะสามารถทำการซื้อหุ้นตัวนั้นในราคาที่ต่ำกว่าตอนที่ยืมมาแล้วนำไปคืนให้โบรกเกอร์เพื่อทำกำไรได้
ซึ่งหลักการ Short Sell ที่ถูกต้องนั้น นักลงทุนจะต้องมีหลักฐานการยืมหุ้นจริงจากโบรกเกอร์ และต้องสามารถตรวจสอบได้

เพราะอะไรถึงต้องใช้เกณฑ์ Uptick Rule
จากตัวเลขการ Short Sell ที่สูงกว่า 15% ของมูลค่าซื้อขายทั้งหมด โดยเฉพาะต่างชาติทำให้หุ้นไทยเป็นขาลงต่อเนื่อง การมี Uptick Rule ทำให้คนที่จะ Short Sell ต้องรอขายที่ราคาเสนอขายสูงกว่าราคาปัจจุบัน ไม่สามารถเทขายได้ทันทีอีกแล้ว เพื่อป้องกันการกดราคาลงของหุ้น

Zero Plus Tick Rule (แบบเดิม)
-ขายชอร์ตที่ราคาเท่ากับหรือสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด
-สามารถขายชอร์ตได้ทันทีที่ราคาปัจจุบัน ไม่ต้องรอการเปลี่ยนแปลงราคา
-เกิดความผันผวนในตลาดได้ง่ายเมื่อมีการขายชอร์ตในปริมาณมาก

Uptick Rule (แบบใหม่)
-ต้องขายชอร์ตที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุดเท่านั้น
-ต้องรอให้ราคาหุ้นขยับขึ้นก่อนถึงจะขายชอร์ตได้
-ลดความผันผวนในตลาด ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน

ตัวอย่างการใช้ Uptick Rule ในช่วงโควิด 2563
มูลค่า Short Sell ลดลงจาก 3,990 ล้านบาท (5.97%)
เหลือ 850 ล้านบาท (1.23%) ซึ่งมูลค่าการซื้อขายไม่ลดลง
การติดตามผลหลังจากเริ่มใช้กฎใหม่
-จะมีการติดตามทุก 3, 6 เดือน
-เป้าหมายวอลลุ่มเฉลี่ย 50,000 ล้านบาท/วัน
-หากไม่แก้ปัญหา อาจใช้ Daily Short Selling Limit ที่จะกำหนดการ Short Sell เป็นแบบรายวัน
