TISCO ยังมีจุดเด่นที่ปันผล โบรกฯ คาดผลตอบแทนยังสูง 7-8% ต่อปี
แม้ SCB จะเบียดขึ้นมาชิงตำแหน่งหุ้นธนาคารที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันสูงที่สุด แต่ TISCO ยังคงเป็นหุ้นปันผลดีขวัญใจนักลงทุนเสมอ แม้ผลประกอบการจะได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า แต่นักวิเคราะห์ยังประเมินว่าปี 2567 หุ้น TISCO ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2567 ในระดับสูง 7-8% และในงวดผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 67 นักวิเคราะห์คาดว่าจะจ่ายปันผลที่ระดับ 2 บาทต่อหุ้น
โดยปีที่ผ่านมา TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินปันผลจากการจ่ายเพียง 1 ครั้งต่อปี เป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการในงวดครึ่งปีแรกด้วย หรือ 2 ครั้งต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นในระยะยาว
แต่ภาพรวมบริษัทยังคงมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลประมาณ 50% หรือสูงกว่าของกำไรสุทธิในแต่ละปี ภายหลังจากหักสำรองตามกฎหมาย โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทในปัจจุบัน ความเพียงพอของเงินกองทุนในระยะยาว ไม่เปลี่ยนแปลง
ซึ่งนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า TISCO จะจ่ายปันผลงวดครึ่งแรกของปี 2567 ที่ 2 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend Yield ที่ 2% ขณะที่ภาพรวมทั้งปีนี้คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลรวม 7.75 บาท หรือคิดเป็น Dividend Yield ที่ 8.03%
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานฝ่ายวิเคราะห์ คาดกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 1.64 พันล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง 2% จากไตรมาส 2/66 และ 2% จากไตรมาส 1/67 และจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ระดับ 4.75% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.99% และ 4.76% ตามลำดับ ตามต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการ repricing fixed deposit
ประกอบกับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน โดยลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อนหน้า จากตลาดทุน Bancassurance และเงินลงทุน รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 366% จากไตรมาส 2/66 และ 5% จากไตรมาส 1/67 จากคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลง โดยเฉพาะกลุ่มจำนำทะเบียน Gross NPL เพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาพรวม NPL Ratio อยู่ที่ 2.40% เพิ่มจาก 2.27% ในไตรมาส 1/66
ฝ่ายวิเคราะห์ปรับกำไรสุทธิ 2567-2569 ลง 5-6% มาอยู่ที่ 6.72 พันล้านบาท, 6.94 พันล้านบาท และ 7.18 พันล้านบาท ตามลำดับ จากรายได้รวมที่ต่ำคาดหลังจากการปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ชะลอตัว 8% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 95 บาท จากเดิม 105 บาท และยังคงมองว่า TISCO มีปันผลเด่น คาด dividend yield ที่ระดับ 7-8% ต่อปี

