SCB ไตรมาส 2/67 กำไร 1 หมื่นลบ. ลดลง 15% เหตุบันทึกค่าใช้จ่ายยกเลิกแอป Robinhood ตั้งสำรองเพิ่มสำหรับลูกค้าขนาดใหญ่รายหนึ่ง
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในไตรมาส 2/67 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 10,014 ล้านบาท ลดลง 15.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/66 โดยการลดลงเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการยุติการให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood จำนวน 800 ล้านบาท
รวมถึงการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง การลดลงของรายได้จากการลงทุนและการค้าในพอร์ตการลงทุน รวมทั้งความอ่อนแอของรายได้ค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ
ทั้งนี้ในไตรมาส 2/67 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 41.2% จาก 38.4% ในไตรมาส 2/66 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 42.1% ในไตรมาส 1/67 สะท้อนถึงการมุ่งเน้นในการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดภายใต้ภาวะที่ยากลำบากของบริษัท
ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงจากปีก่อนหน้าเป็นจำนวน 11,626 ล้านบาท หรือ 1.90% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเกิดจากการลดลงของผลการขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของบริษัท CardX ที่มีสาเหตุมาจากการดำเนินการย้ายข้อมูลที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/66 ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของธนาคารทรงตัวจากปีก่อนหน้า ซึ่งได้รวมผลจากการตั้งสำรองเพิ่มเพิ่มไว้สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง
สำหรับสินเชื่อโดยรวมของกลุ่มเติบโต 0.6% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินเชื่อเคหะและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคาร และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัท AutoX สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนเป็น 3.34%
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการขายและการตัดจำหน่าย ถึงแม้ว่ายอดขาย NPLs จะถูกจำกัดด้วยราคาที่ลดลงในตลาด ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพยังอยู่ในระดับสูงที่ 161.7%
รวมถึงการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง การลดลงของรายได้จากการลงทุนและการค้าในพอร์ตการลงทุน รวมทั้งความอ่อนแอของรายได้ค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ
ทั้งนี้ในไตรมาส 2/67 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 41.2% จาก 38.4% ในไตรมาส 2/66 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 42.1% ในไตรมาส 1/67 สะท้อนถึงการมุ่งเน้นในการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดภายใต้ภาวะที่ยากลำบากของบริษัท
ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงจากปีก่อนหน้าเป็นจำนวน 11,626 ล้านบาท หรือ 1.90% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเกิดจากการลดลงของผลการขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของบริษัท CardX ที่มีสาเหตุมาจากการดำเนินการย้ายข้อมูลที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/66 ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของธนาคารทรงตัวจากปีก่อนหน้า ซึ่งได้รวมผลจากการตั้งสำรองเพิ่มเพิ่มไว้สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่รายหนึ่ง
สำหรับสินเชื่อโดยรวมของกลุ่มเติบโต 0.6% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินเชื่อเคหะและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคาร และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัท AutoX สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนเป็น 3.34%
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการขายและการตัดจำหน่าย ถึงแม้ว่ายอดขาย NPLs จะถูกจำกัดด้วยราคาที่ลดลงในตลาด ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพยังอยู่ในระดับสูงที่ 161.7%
Most Viewed
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us
News Update
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
