Official Update :

สำรวจฟอร์ม 4 หุ้นกลุ่ม GULF 6 เดือน กวาดกำไรรวมกว่า 3.2 หมื่นลบ.

การประกาศควบรวมกิจการระหว่าง GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ INTUCH หรือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดหุ้นไทยไม่น้อย เพราะถือเป็นดีลของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มพลังงานและสื่อสาร ซึ่งหากดำเนินการเสร็จสิ้นนอกจากจะทำให้ GULF มีการดำเนินธุรกิจที่คล่องตัวขึ้นแล้ว ยังทำให้บริษัทกลายเป็นเจ้าของธุรกิจพลังงาน และ ธุรกิจโทรคมนาคม ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานของไทย


ปัจจุบัน GULF กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการควบรวมกิจการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/68 ดังนั้นในช่วงประกาศงบการเงิน Wealthy Thai จึงได้สรุปผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2567 ของหุ้น GULF, INTUCH, ADVANC และ THCOM มาฝาก มาดูกันว่าแต่ละบริษัทมีการเติบโตเป็นอย่างไร


มาเริ่มกันที่ GULF บริษัทแจ้งผลประกอบการ 6 เดือน ปี 2567 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ซึ่งรวมผลกระทบจากอัดราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์อยู่ที่ 8,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มจาก core profit จากการเปิดดำเนินการเพิ่มของโรงไฟฟ้า GPD และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า


ส่วนแนวโน้มปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ยังคงประมาณการกําไรปกติปี 2567 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อน หนุนหลักจากการรับรู้โครงการที่ COD ในปี 2566 ราว 1.7 พันเมกะวัตต์ ได้เต็มที่ทั้งปี และรับรู้โครงการใหม่ๆ ที่คาดจะทยอย COD ในปี 2567 ได้ตามแผนอีกราว 1.6 พันเมกะวัตต์ นอกจากนี้คาดอัตรากําไรขั้นต้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน ตามทิศทางต้นทุนก๊าซฯ เฉลี่ยทั้งปี 2567 ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แนะนำเน้นหาจังหวะสะสมลงทุนระยะยาว ให้ราคาเป้าหมาย 56 บาท


นอกจากนี้ GULF ยังเตรียมรับทรัพย์ราว 3 พันล้านบาท จากการลงทุนสัดส่วนประมาณ 47.37% หรือ 1,519 ล้านหุ้นใน INTUCH ที่ประกาศจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น หลังไตรมาส 2/67 มีกำไรสุทธิ 3.4 พันล้านบาท โต 19.56% และครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท โต 20.37%


สำหรับ INTUCH มีกำไรสุทธิ 6 เดือน ปี 2567 ที่ 6,707 ล้านบาท โต 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งผลกำไรจากเอไอเอส เนื่องจากการรับรู้ผลประกอบการของ TTTBB โดยการรวมรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายของ TTTBB จากการเข้าชื่อกิจการ รวมถึงการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามการเติบโตของการใช้ข้อมูลและรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่าย


อีกทั้ง INTUCH ยังประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งแรกของปี 67 ที่ 2 บาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 ส.ค. และจ่ายปันผลในวันที่ 5 ก.ย. 2567


ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ปรับประมาณการกำไรขึ้นในปี 2567-2568 ขึ้น 4.5% เป็น 13,523 ล้านบาท และ 14,311 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์จาก ADVANC จากการคาดการณ์กำไรใหม่ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะเติบโต 16% ในปี 2567 และ 5.8% ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งจาก ADVANC คงคำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเป้าหมายที่ 98 บาท


ถัดมา ADVANC มีกำไรสุทธิ 6 เดือน ปี 2567 อยู่ที่ 17,028 ล้านบาท โต 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำไรครึ่งแรกปี 2567 ของ ADVANC คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 33,816 ล้านบาท.


โดยคาดว่าแนวโน้มของกำไรในไตรมาส 2/67 จะดำเนินต่อไปจนถึงครึ่งหลังปี 2567 ฝ่ายวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 5.3% สำหรับปี 2567 และ 4.1% สำหรับปี 2568 หลังจากปรับเพิ่มรายได้แล้ว ขณะนี้คาดว่ากำไรจะเติบโต 18% ในปี 2567 และ 6% ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี


ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยตั้งราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นที่ 280 บาท จากเดิม 275 บาท นอกจากนี้ ADVANC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 4.87 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 19 ส.ค. 67 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 2% สำหรับช่วงถือครองประมาณหนึ่งสัปดาห์


สุดท้าย THCOM มีกำไรสุทธิช่วง 6 เดือน ปี 2567 อยู่ที่ 350 ล้านบาท ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยังคงกำไรของ THCOM ในปี 2567 ไว้ที่ระดับ 116 ล้านบาทจากรายได้ที่ลดลง 4% เนื่องจากผลกระทบของการหายไปของลูกค้าชาวมาเลเซียสำหรับ TC-4 ตั้งแต่ปลายปี 2566 ซึ่งบริษัทยังไม่สามารถหาลูกค้ารายใหม่เพื่อทดแทนลูกค้าชาวมาเลเซียที่หายไป


นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า LTC จะขาดทุน 50 ล้านบาทต่อไตรมาสจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เห็นในครึ่งแรกของปี 2567 ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำ ถือ สำหรับหุ้น THCOM ด้วยราคาเป้าหมาย 12.5 บาทที่ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้นใดๆ ที่จะผลักดันให้ราคาหุ้นสูงขึ้น