Official Update :

NEO ย้ำรายได้ปี 67 โตไม่ต่ำ 10% ลุยขยายตลาดต่างประเทศ-บุก Segment ใหม่ หนุนผลงานครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่อง

NEO มั่นใจรายได้ปี 2567 โตไม่ต่ำกว่า 10% มองครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับเปิดตัวสินค้าใหม่ เจาะกลุ่มผู้สูงอายุ-คนเลี้ยงสัตว์ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร 2 ราย หนุนรายได้จากการประเทศเพิ่ม ตั้งเป้าภายในปี 2571 สัดส่วนรายได้ต่างประเทศสูงกว่า 15%


นางปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เปิดเผยว่า คาดการณ์แนวโน้มรายได้ในปี 2567 ยังเติบโตในระดับสองหลัก (Double Digits) หรือไม่น้อยกว่า 10% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง


ขณะที่แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 บริษัทคาดว่ายอดขายจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่องจากในช่วงไตรมาส 1/67 และ 2/67 ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายเข้ามาในช่วงไตรมาส 3/67 และ 4/67 ทั้งนี้ จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีจำนวนผลิตภัณฑ์รวมประมาณ 1,200 รายการ จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 1,100 รายการ


อีกทั้งบริษัทยังมองเห็นโอกาสในการขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลตัวเองและให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า จึงมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะทางที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างความพึงพอใจได้อย่างตรงจุด รวมถึงยินดีจ่ายแพงขึ้นสำหรับสินค้าที่คุ้มค่ากว่า


บริษัทจึงมุ่งดำเนินกลยุทธ์ Innovation-led Premiumization ที่มีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ภายใต้แนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่นและแตกต่าง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้นให้กลุ่มผู้บริโภคทุกเพศและทุกวัยในหลากหลายมิติ เช่น นวัตกรรมการช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนานพิเศษ นวัตกรรมการกำจัดกลิ่นเฉพาะตัวของผู้สูงวัย (Silver Age) และการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Pet Friendly สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงในที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยวางเป้าหมายภายใน 3 ปี (2567-2569) สัดส่วนรายได้ของผลิตภัณฑ์พรีเมียมแมส (Premium Mass) ของบริษัทจะเพิ่มเป็น 10% ของพอร์ตฟอลิโอ


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทสามารถขยาตลาดไปยังประเทศกาตาร์ บาห์เรน ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรใน 2 ประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย


ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าในปี 2567 จะขยายฐานการส่งออกไปยังประเทศใหม่ได้ประมาณ 7 ประเทศ จากปี 2566 ที่มีการส่งออกจำนวน 16 ประเทศ และตั้งเป้าหมายจะขยายฐานประเทศเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 28 ประเทศในปี 2571 รวมถึงตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะอยู่ในระดับสูงกว่า 15% ภายในปี 2571 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 12%


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้กำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวสู่บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย โดยการสร้างแลนด์สเคปใหม่มุ่งขยายโอกาสส่งมอบสินค้าอุปโภคของประเทศไทยไปสู่ระดับนานาชาติ รับกับตลาดสินค้าอุปโภคมีศักยภาพเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


โดยคาดการณ์ว่า ปี 2566-2568 ตลาดผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนจะเติบโตเฉลี่ย 9% รวมไปถึงมองโอกาสการเติบโตกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ในตลาดเอเชียใต้ ที่คาดการณ์เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 8.0% ส่วนตะวันออกกลาง และแอฟริกา เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 15.1% ในช่วงปี 2566 – 2568


สำหรับแผนธุรกิจ 5 ปี (2567-2571) ในส่วนของตลาดต่างประเทศ บริษัทมุ่งเน้นการส่งมอบสินค้าอุปโภคทั้งหมด 8 แบรนด์ จาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศภายใต้กลยุทธ์ dual tracks ได้แก่ 1.ขยายการเติบโตในประเทศเป้าหมายเดิม ด้วยการนำเสนอสินค้าประเภทใหม่ จากทั้งแบรนด์เดิม รวมทั้งแบรนด์ที่ยังไม่ได้ทำการตลาด และ 2.มุ่งขยายไปยังประเทศที่มีศักยภาพเพิ่มเติม ในส่วนตลาดในประเทศ แผนธุรกิจ 5 ปียังรวมถึงการขยายไปยัง segment ใหม่ที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตสูง เช่น segment ผู้สูงวัยที่บริษัทฯ เป็นเจ้าแรกในตลาด


พร้อมกับส่งมอบนวัตกรรมที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมชูกลยุทธ์ Innovation-led Premiumization ที่มีนวัตกรรมเป็นตัวนำในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ รวมถึงการบุกขยายพื้นที่การขายให้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของ NEO ในการก้าวสู่บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภค ส่งมอบการเติบโตแบบ double digits ให้กับบริษัทในทุกปี ตลอด 5 ปีนี้