Fed ลดดอกเบี้ยแรง 0.5% ครั้งแรกในรอบ 4 ปี มั่นใจเงินเฟ้อกลับสู่เป้า นักวิเคราะห์ชี้อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Federal Reserve (Fed) ลดดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ 0.5% ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันอยู่ในกรอบ 4.75% - 5% โดยให้เหตุผลว่า ธนาคารกลางมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะค่อยๆ ลดลงกลับสู่เป้า 2% แต่ยังต้องสนใจสุขภาพของตลาดแรงงานที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ Fed มีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยแรงขึ้นในวงจรนี้ด้วย โดยคณะกรรมการ Federal Open Market Committee (FOMC) มองว่าดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จะลดลงเหลือ 4.4% ในปีนี้ ซึ่งแปลว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยลงอีกถึง 2 ครั้งในปีนี้ (เพราะในปีที่ผ่านมา Fed ปรับดอกเบี้ยครั้งละ 0.25%) เทียบกับคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนมิถุนายนที่กรรมการมองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง นอกจากนี้คณะกรรมการยังปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปี 2025 ลงเหลือ 3.4% จากเดิมที่ 4.1% และปี 2026 ลงเหลือ 2.9% จากเดิมที่ 3.1%
นอกจากนี้ Fed มีแนวโน้มที่จะลดดอกเบี้ยแรงขึ้นในวงจรนี้ด้วย โดยคณะกรรมการ Federal Open Market Committee (FOMC) มองว่าดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จะลดลงเหลือ 4.4% ในปีนี้ ซึ่งแปลว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยลงอีกถึง 2 ครั้งในปีนี้ (เพราะในปีที่ผ่านมา Fed ปรับดอกเบี้ยครั้งละ 0.25%) เทียบกับคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนมิถุนายนที่กรรมการมองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง นอกจากนี้คณะกรรมการยังปรับลดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปี 2025 ลงเหลือ 3.4% จากเดิมที่ 4.1% และปี 2026 ลงเหลือ 2.9% จากเดิมที่ 3.1%
การลดดอกเบี้ยถึง 0.5% ในครั้งแรก อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังมีปัญหาหนัก แต่นักวิเคราะห์หลายคนก็มองว่าความแรงในการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนั้นไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่ Fed สามารถป้องกันความอ่อนแอของตลาดแรงงานได้ทันท่วงที
ยกตัวอย่างเช่น Goldman Sachs ที่กล่าวว่าการลดดอกเบี้ยถึง 0.5% ตั้งแต่แรก “เป็นกลยุทธ์ที่น่าผิดหวังน้อยที่สุด (the least regret strategy)” เพราะมันอาจช่วยให้ Fed ไม่ล่าช้ากว่าปัญหาตลาดแรงงาน ซึ่งความแน่วแน่ในการพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของ Fed มีแนวโน้มส่งผลดีต่อความมั่นใจนักลงทุนในอนาคต
นอกจากนี้ เจอโรม โพเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากประกาศลดดอกเบี้ยด้วยว่าเขายังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสามารถลงจอดแบบ soft landing โดยมีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ ในส่วนของทิศทางการลดดอกเบี้ยในอนาคตของ Fed นั้น ก็ยังขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาในภายหน้า
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองว่า การลดดอกเบี้ยแรงในครั้งนี้อาจทำให้ Fed ลดดอกเบี้ยน้อยลงในการประชุมหน้า ยกตัวอย่างเช่น Wells Fargo ที่มองว่าธนาคารกลางจะชะลอการลดดอกเบี้ยในการประชุมที่เหลือสองครั้งในปีนี้ และ Capital Economics ที่คาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเพียงครั้งละ 0.25% ในการประชุมเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม
สำหรับประเทศอื่นๆ การลดดอกเบี้ยของ Fed มีความสำคัญเพราะเป็นสัญญาณให้ธนาคารกลางต่างประเทศ ลดดอกเบี้ยตาม และช่วยให้บางประเทศที่เริ่มลดดอกเบี้ยไปบ้างแล้ว สามารถลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่ยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อ รวมถึงประเทศไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศลดดอกเบี้ย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทันทีก่อนเข้าสู่ช่วงหดตัว โดยในช่วง 16.00 น. (เขตเวลาตะวันออก) ดัชนี S&P500 Nasdaq Composite และ Dow Jones ปรับตัวลง 0.3%
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 7 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Finnomena” ตั้งเป้า AUA ปีนี้ทะยานแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท มุ่งสู่การเป็นผู้นำ “WealthTech Platform” ของไทย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
4 โบรกฯ ฟันธง! PHAT อนาคตไกล ชูขยายกำลังผลิตรับ Peak Season ต่อยอด New S-Curve CPKO เพิ่มมาร์จิ้น ดันกำไรโตยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
