เปิดวิสัยทัศน์ “อัสสเดช คงสิริ” พัฒนาตลาดทุนเพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม เตรียมประกาศกลยุทธ์ 3 ปี เดือนพ.ย. นี้
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 14 พบสื่อครั้งแรก ชูวิสัยทัศน์ พัฒนาตลาดทุนเพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม เผยอยู่ระหว่างจัดทำแผนกลยุทธ์ 3 ปี (68-70) เพื่อเสนอให้บอร์ดพิจารณา คาดประกาศอย่างเป็นทางการได้ปลายเดือนพ.ย. นี้
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในฐานะผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม โดยส่งเสริมคุณภาพบริษัทจดทะเบียน สร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อความยั่งยืน พร้อมดูแลผู้ลงทุน
โดยความตั้งใจหลังเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้คือ การพัฒนาตลาดทุนเพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม ซึ่งจะให้ความสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1.สมดุลเท่าเทียม (Fairness), 2.เข้าถึง ทั่วถึง (Inclusiveness), 3.ตอบโจทย์อนาคต แข่งขันได้ (Re-imagine), 4.รับโอกาสและความท้ายจากกระแสความยั่งยืน (Sustainability) และ 5.เสริมความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย (Trust & Confidence)
การทำเพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม ไม่ได้มองเพียงมิติของนักลงทุนเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่เท่าเทียมที่ทุกคนจะสามารถเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทในการส่งเสริมให้คนเข้าถึงการออมและการลงทุนมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนทั้งในส่วนของธุรกิจและการลงทุน
ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่น ในช่วงที่ผ่านมามีหลากหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ลดลงไป อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ ได้ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ออกมาตรการ ทั้งเพื่อป้องกันและลดทอนความเสียหายที่อาจเกิดต่อผู้ลงทุน ซึ่งยังให้ความสำคัญและดำเนินการส่วนนี้ต่อเนื่อง ส่วนการพัฒนานโยบายหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูงความสนใจของนักลงทุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเด็นนี้ยังศึกษาและดำเนินการอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ แผนกลยุทธ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วง 3 ปีหลังจากนี้ (68-70) ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาในลำดับถัดไป และคาดว่าจะสามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ในช่วงปลายเดือนพ.ย. 67
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี 2567 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดย GDP ไทยตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 มีการขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนตลาดทุน ทั้งกองทุน Thai ESG และกองทุนวายุภักษ์ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดหุ้นของไทยมีทิศทางเป็นบวกมากขึ้นในไตรมาส 4/67 ช่วยสนับสนุนให้เม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในอนาคต
“ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านนักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาลงทุนค่อนข้างมาก นับเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นของเรา ซึ่งอีก 1-2 สัปดาห์จะมีสรุปภาวะตลาดหุ้นประจำเดือนกันยายน น่าจะทำให้เห็นภาพรวมมากขึ้น รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์และสำนักงาน ก.ล.ต. ออกมาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นและเพิ่มสภาพคล่อง ก็เป็นผลที่ดีต่อตลาดหุ้นของเราเช่นกัน ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะมีการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา และมีความชัดเจนในปลายเดือนพ.ย. นี้ โดยเบื้องต้นของยกตัวอย่างโปรแกรมในตลาดหุ้นเกาหลีและญี่ปุ่น คือ การผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนสร้างมูลค่าเพิ่ม” นายอัสสเดช กล่าว
