NEO บวกเกือบ 5% โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 55 บ. มองปัจจัยแน่น! หนุนผลงานทั้งปีโต 20%
วันนี้ (13 พ.ย. 67) ราคาหุ้นของ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 37.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.86% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 63.38 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 ที่แม้จะปรับตัวลดลง แต่อยู่ในระดับที่นักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งแนวโน้มผลงานทั้งปี 2567 ยังมีการเติบโตจากปีก่อนหน้า
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” NEO และคงราคาเป้าหมายที่ 55.00 บาท โดย NEO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 231 ล้านบาท (-34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, -14% จากไตรมาสก่อน) ใกล้เคียงตลาดและบล.ดาโอคาด ทั้งนี้ กำไรชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาส 3/66 ด้านกำไรที่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน แม้รายได้จะขยายตัวต่อเนื่อง +2% จากไตรมาสก่อน จาก GPM ลดลงจากสัดส่วนรายได้ Baby & Kids ซึ่ง high margin ปรับตัวลดลงและราคา Palm Kernal Oil ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิต surfactant (มีสัดส่วนที่ 20%-25% ของ COGS) ปรับตัว เพิ่มขึ้น
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” NEO และคงราคาเป้าหมายที่ 55.00 บาท โดย NEO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 231 ล้านบาท (-34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, -14% จากไตรมาสก่อน) ใกล้เคียงตลาดและบล.ดาโอคาด ทั้งนี้ กำไรชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาส 3/66 ด้านกำไรที่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน แม้รายได้จะขยายตัวต่อเนื่อง +2% จากไตรมาสก่อน จาก GPM ลดลงจากสัดส่วนรายได้ Baby & Kids ซึ่ง high margin ปรับตัวลดลงและราคา Palm Kernal Oil ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิต surfactant (มีสัดส่วนที่ 20%-25% ของ COGS) ปรับตัว เพิ่มขึ้น
โดย บล.ดาโอ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 998 ล้านบาท (+20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และปี 2568 ที่ 1,109 ล้านบาท (+11%) ทั้งนี้ กำไรงวด 9 เดือน 2567 มีสัดส่วนเป็น 77% ของประมาณการกำไรปี 2567 ราคาหุ้น underperform SET -12% ใน 1 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบัน NEO เทรดอยู่ที่ 2025E PER 9.7x
ทั้งนี้ บล.ดาโอ ยังชอบ NEO จาก 1) เป็นผู้นำตลาด FMCG ที่มี brand portfolio ที่แข็งแกร่ง, 2) มีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในทุกปี และ 3) รายได้ต่างประเทศยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจาก penetration rate ที่ยังต่ำ (สัดส่วนรายได้ต่างประเทศที่ 12% ของรายได้รวม) ทั้งนี้ในระยะสั้นมีความเสี่ยงจากราคา Palm Kernel Oil ที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น
News Update
