โรงพยาบาลนครธน หรือ “NKT” เตรียมเข้าตลาดหุ้น เสริมความแข็งแกร่ง ผู้ให้บริการรักษาและดูแลสุขภาพแบบครบวงจร
โซนกรุงเทพตะวันตกและพื้นที่ใกล้เคียง กลายเป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพสำหรับผู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย สามารถเข้าสู่ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครได้ง่าย ทำให้มีโอกาสจะเติบโตกลายเป็นเขตเมืองแห่งใหม่ (New Urbanized District) ได้ในอนาคต
ซึ่ง “โรงพยาบาลนครธน” เป็นสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการในโซนกรุงเทพตะวันตกมากว่า 28 ปี มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถให้การรักษาได้แบบครบวงจร (One Stop Service) พร้อมรองรับความต้องการด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น
และเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลนครธน หรือ บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) กำลังสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ด้วยการเตรียมเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับความน่าสนใจของ โรงพยาบาลนครธน จะเป็นอย่างไร แนวโน้มการเติบโตในอนาคตจะมากน้อยแค่ไหน และแผนการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยต่อยอดขยายธุรกิจอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดยจุดเริ่มต้นของ โรงพยาบาลนครธน เกิดจากกลุ่มครอบครัว “ทองสิมา” และเครือญาติมีความตั้งใจจะสร้างสถานพยาบาลชั้นนำที่มีมาตรฐานในพื้นที่ชั้นนอกของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้านทิศตะวันตก ซึ่งมีแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจและอสังหาฯ อย่างมาก ทำให้มีโอกาสที่จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้น
ปัจจุบัน โรงพยาบาลนครธนเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนมาแล้วกว่า 28 ปี มีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมรองรับการรักษาโรคทั่วไปและโรคที่มีความซับซ้อน
โดยโรงพยาบาลนครธนมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางจำนวน 20 ศูนย์ อาทิ ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง ศูนย์ทันตกรรม เป็นต้น และแผนกการรักษาผู้ป่วย 1 แผนก ได้แก่ แผนกไตเทียม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการรักษา เพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการรักษาแบบองค์รวม
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อขยายฐานผู้รับบริการและการให้บริการไปยังโรคเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การร่วมมือกับกลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในการจัดตั้งศูนย์กระดูกสันหลัง และศูนย์มะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งโรงพยาบาลสามารถให้บริการดูแลป้องกันและรักษาปัญหาสุขภาพในหลากหลายกลุ่มโรค ครอบคลุมผู้รับบริการทุกช่วงวัยได้อย่างครบวงจร
จากความเชี่ยวชาญและบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร รวมถึงทำเลที่ตั้งซึ่งมีศักยภาพจะเป็นเขตเมืองแห่งใหม่ (New Urbanized District) ของกรุงเทพมหานครได้ในอนาคต ทำให้โรงพยาบาลนครธนได้รับความไว้วางใจ จนเกิดเป็นฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2566 โรงพยาบาลมีผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาจำนวน 133,719 ราย เพิ่มขึ้น 37,270 ราย จากสิ้นปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 96,449 ราย หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 8.51% ต่อปี
และด้วยจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลมีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 183.24 ล้านบาทในปี 2564 เติบโตเป็น 282.29 ล้านบาทในปี 2566 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 24.12% ต่อปี ส่วนผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 190.83 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 12.54%
ส่วนแนวโน้มการเติบโตในอนาคต โรงพยาบาลนครธน ยังมีโอกาสเติบโตสอดคล้องไปกับอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นมีปัจจัยหนุนจาก
1.ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพต่อ GDP ที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยปี 2564 ประเทศไทยยังมีค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพต่อคนประมาณ 364 ดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย) ที่ประมาณ 7,288 ดอลลาร์สหรัฐ และกลุ่ม ASEAN ที่ประมาณ 631 ดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างมาก จึงมีโอกาสที่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
2.การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้โอกาสและความต้องการรับการรักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นเป็น 31.37% ของประชากรทั้งหมดในปี 2583 จากสิ้นปี 2566 ที่มีจำนวน 13.06 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 20.08% ของประชากรทั้งหมด
และ 3. การขยายฐานไปยังกลุ่มผู้ประกันตน ซึ่งในพื้นที่พระราม 2 เชื่อมต่อไปยังจังหวัดสมุทรสาคร มีการเติบโตของผู้ป่วยประกันตนอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า ณ เดือนกันยายน 2567 จังหวัดสมุทรสาคร มีผู้ประกันตนทั้งสิ้นจำนวน 697,459 คน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ที่มีผู้ประกันตนเพียง 543,346 คน โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5.40% ต่อปี
ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและความต้องการรักษาพยาบาลในโซนกรุงเทพตะวันตกและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โรงพยาบาลนครธน จึงมีแผนจะเตรียมเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อต่อยอดการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ
สำหรับแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โรงพยาบาลนครธน หรือ NKT จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 135,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25.23% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วหลัง IPO
โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุน เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการโรงพยาบาลนครธน 2 เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ซึ่งจะเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายจำนวนเตียงในการให้บริการของโรงพยาบาลนครธน เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
นอกเหนือจากการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจแล้ว โรงพยาบาลนครธน ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจด้วยบรรษัทภิบาล ภายใต้ ESG อย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า โรงพยาบาลนครธน หรือ NKT มีจุดแข็งทั้งในด้านความพร้อมในการรักษาพยาบาล และทำเลที่ตั้งที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่เมืองใหม่ในอนาคต ดังนั้น การเตรียมเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งจะสนับสนุนให้โรงพยาบาลนครธน สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้ในอนาคต

