ออมหุ้น AOT ฝ่าโควิด ตอนนี้ผลตอบแทนเป็นอย่างไร
AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจเสมอ โดยราคาหุ้นเคยปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 81 บาท ก่อนจะโดนผลกระทบจากการระบาดของ Covid-19 ทำให้เที่ยวระหว่างประเทศถูกระงับ กดดันราคาหุ้นร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 47 บาท แม้ปัจจุบันราคาจะปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการเหมือนจะถูกเลื่อนออกไป จากสถานการณ์ Covid-19 ที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง ในขณะที่เตียงผู้ป่วยและห้องไอซียูไม่เพียงพอ Wealthy Thai จึงเกิดข้อสงสัยว่า หาก DCA หุ้น AOT จนถึงปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร

จากข้อมูลของ SETSMART พบว่า หากเราใช้เงินเดือนละ 5,000 บาท ซื้อหุ้น AOT เป็นเวลา 5 ปี ปัจจุบันจะมีหุ้นทั้งหมด 5,916.00 หุ้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยหุ้นละ 55.11 บาท มูลค่าพอร์ตปัจจุบันจะอยู่ที่ 369,750.00 บาท ได้กำไร 43,740.00 บาท หรือเพิ่มขึ้น 13.42% และได้รับเงินปันผล 12,441.82 บาท
รอการฟื้นตัวในปี 2565
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ นักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่ายังคงแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 72.00 บาท โดยประเมินผลการดำเนินงานปกติของไตรมาส 3/64 (เดือนเม.ย.-มิ.ย. 64) จะขาดทุน 3.9 พันล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการระบาดของ Covid-19 ระลอก 3 ทำให้จำนวนผู้โดยสารยังคงอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงเป็นผลจาก TFRS16 ที่เริ่มใช้ในปีนี้ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ยังคงประเมินปี 2564 (เดือนต.ค. 63-ก.ย. 64) ขาดทุน 1.45 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 4.3 พันล้านบาท โดยยังคงสมมติฐานจำนวนผู้โดยสาร 26 ล้านคน ลดลง 64% จากปีก่อน (9 เดือน มีจำนวนผู้โดยสาร 19 ล้านคน คิดเป็น 73% จากทั้งปี) สำหรับไตรมาส 4/64 จะขาดทุนลดลงเล็กน้อย ตามการเดินทางในประเทศที่ดีขึ้น และเริ่มมีมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนปี 2565 (เดือนต.ค. 64-ก.ย. 65) จะพลิกเป็นกำไร 2 พันล้านบาท จากจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 64 ล้านคน เพิ่มขึ้น 164% ตามแผนการเปิดประเทศช่วงปลายปี และจำนวนผู้โดยสารจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่เดือน ม.ค. 65 หลังการฉีดวัคซีนในไทยและทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงานจะทยอยดีขึ้นทุกไตรมาส
ด้านราคาหุ้น underperform SET 5% ใน 3 เดือน จากการระบาด Covid-19 รอบใหม่ที่รุนแรง แต่ outperform SET 3% ใน 1 เดือน จาก Phuket sandbox และแผนเปิดประเทศ ทั้งนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งหากมีการฉีดวัคซีนล่าช้า หรือวัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้การเปิดประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัวล่าช้าออกไป รวมถึงเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นได้ อย่างไรก็ตาม การฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
