SCC นิวโลว์ในรอบ 15 ปี! คาดวิตกผลงานปี 67 กำไรวูบ ฟากโบรกฯ แนะ “ถือ” มองมูลค่าไม่ดึงดูด
วันนี้ (17 ธ.ค.67) ราคาหุ้นของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 169.50 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 2.31% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 321.55 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 166.50 บาท เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2552 โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงคาดว่ามาจากความกังวลด้านผลประกอบการที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อในงบปี หลังการรายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน มีกำไรลดลงถึง 75%
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” สำหรับ SCC โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 178.00 บาท ทั้งนี้ แม้จะไม่แพง แต่เชื่อว่ามูลค่าของ SCC ไม่ดึงดูดพอที่จะแนะนำให้ซื้อ เนื่องจากสะท้อนถึงความท้าทายที่ SCC กำลังเผชิญอยู่อย่างเป็นธรรม อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (P/B) ในปี 2568 กำลังซื้อขายใกล้ระดับ -2SD แล้ว แต่ V/EBITDA ยังคงอยู่เหนือระดับ -1SD เล็กน้อย หลังพิจารณากำไรงวด 9 เดือน 2567 และการปรับคาดการณ์ราคาและอัตรากำไรเคมี ปรับลดประมาณการกำไรปี 2567- 2569 ลง 47%, 38%, และ 38% ตามลำดับ แบบจำลองของบล.ทิสโก้ คาดว่า LSP จะยังคงปิดดำเนินการจนถึงปี 2569 หลังจากนั้น ได้ลดมูลค่าที่เหมาะสมแบบ SOTP เหลือ 178.00 บาท (จาก 218 บาท) คงคำแนะนำ “ถือ” ซึ่งมีความเสี่ยงด้าน downside ที่สำคัญ คือ ส่วนต่างทางเคมีลดลง และการหยุดดำเนินงานที่ไม่คาดคิด ส่วนปัจจัยด้านบวก คือ ส่วนต่างทางเคมีขยายตัว
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ถือ” สำหรับ SCC โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 178.00 บาท ทั้งนี้ แม้จะไม่แพง แต่เชื่อว่ามูลค่าของ SCC ไม่ดึงดูดพอที่จะแนะนำให้ซื้อ เนื่องจากสะท้อนถึงความท้าทายที่ SCC กำลังเผชิญอยู่อย่างเป็นธรรม อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (P/B) ในปี 2568 กำลังซื้อขายใกล้ระดับ -2SD แล้ว แต่ V/EBITDA ยังคงอยู่เหนือระดับ -1SD เล็กน้อย หลังพิจารณากำไรงวด 9 เดือน 2567 และการปรับคาดการณ์ราคาและอัตรากำไรเคมี ปรับลดประมาณการกำไรปี 2567- 2569 ลง 47%, 38%, และ 38% ตามลำดับ แบบจำลองของบล.ทิสโก้ คาดว่า LSP จะยังคงปิดดำเนินการจนถึงปี 2569 หลังจากนั้น ได้ลดมูลค่าที่เหมาะสมแบบ SOTP เหลือ 178.00 บาท (จาก 218 บาท) คงคำแนะนำ “ถือ” ซึ่งมีความเสี่ยงด้าน downside ที่สำคัญ คือ ส่วนต่างทางเคมีลดลง และการหยุดดำเนินงานที่ไม่คาดคิด ส่วนปัจจัยด้านบวก คือ ส่วนต่างทางเคมีขยายตัว
