สำรวจพื้นฐาน 8 หุ้นบิ๊กแคป P/BV ต่ำ ลุ้นประกาศ “ซื้อหุ้นคืน”

กลายเป็นที่ฮือฮาในแวดวงตลาดหุ้นไทยไม่น้อย เมื่อ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืน มูลค่าสูงถึง 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้เห็นว่าภายหลังจากนี้น่าจะมีบริษัทใหญ่อีกหลายรายที่จะประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนตามมาเช่นกัน เพราะนอกจากการซื้อหุ้นคืนจะเป็นผลดีต่อหุ้นเหล่านั้นแล้ว ยังอาจส่งผลต่อภาพรวมของตลาดหุ้นให้มีทิศทางที่ดูสดใสมากขึ้นอีกด้วย


โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ประเมินกระแสเก็งกำไรหุ้นทุนซื้อคืน (Treasury Stocks) ในตลาดนับจากนี้มีแนวโน้มคึกคักขึ้น โดยเฉพาะฝั่งหุ้น Big-Mid Cap หลัง TTB นำร่องประกาศซื้อคืน 3 ปี ปีละ 7.0 พันล้านบาท กรอบวงเงินรวม 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ได้คัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเห็นการประกาศซื้อหุ้นคืนในลำดับถัดไป โดยใช้เกณฑ์ ดังนี้


1.) เป็นหุ้น Undervalue ที่ซื้อขายต่ำมูลค่าทางบัญชี หรือมี PBV ต่ำกว่า 1.0 เท่า, 2.) มีสภาพคล่องมากพอซื้อคืนมากกว่า 5% ของมูลค่าตลาดหุ้น (Market Cap) และมีสภาพคล่องเข้าเกณฑ์ของตลาดฯ 3.) มีสภาพคล่องเพียงพอชำระหนี้ครบกำหนดในอีก 1 ปี (vs ตลาดกำหนด 6 เดือน) และ 4.) มีกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรรในงบเดี่ยวเพียงพอรองรับการซื้อคืน


จากเกณฑ์ดังกล่าวพบว่ามีหุ้น Big Cap หลักๆ ในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และปิโตรเคมีที่มีโอกาสเห็นการซื้อหุ้นคืนระยะถัดไป เช่น  PTT มี PBV ที่ 0.79 เท่า, SCB มี PBV ที่ 0.85 เท่า, KBANK มี PBV ที่ 0.67 เท่า, KTB มี PBV ที่ 0.71 เท่า, BBL มี PBV ที่ 0.53 เท่า, PTTGC มี PBV ที่ 0.37 เท่า, TOP มี PBV ที่ 0.36 เท่า และ BCP มี PBV ที่ 0.8 เท่า


ส่วนปัจจัยพื้นฐานของหุ้นทั้ง 8 หลักทรัพย์จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลจากบล.กรุงศรี มาฝากนักลงทุนแล้ว มาเริ่มที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT โดยฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองปัจจัยบวกมีมากขึ้น จาก 1) ผลกระทบ single pool bottom ไปแล้วในไตรมาส 2/67 2) สามารถเจรจาปรับสัญญาเบื้องต้นกับ PTTGC ได้ และอาจปรับเพิ่มเติมต่อเมื่อนโยบายรัฐชัดเจนในช่วงต้นปี 2568 รวมถึง supply LNG ของ U.S. ที่เพิ่มขึ้นในปี 2568 คาดส่งให้ single pool price ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน


และ 3) บริษัทลูกฟื้นในปี 2568 เพราะ stock loss ที่ลดลง และอัตรากำไรปิโตรเคมีฟื้นตัว นอกจากนี้ PTT มีปันผลอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ปัจจุบัน PTT มี PBV อยู่ที่ 0.79 เท่า โดยให้คำแนะนำ “Trading Buy” ด้วยราคาเป้าหมาย 37.50 บาท/หุ้น


ขณะที่ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ให้คำแนะนำ “NEUTRAL” ด้วยราคาเป้าหมาย 120.00 บาท โดยภาพรวมมอง SCB มีปันผลเด่น dividend yield สูงสุดในกลุ่มธนาคารประมาณ 8-9% ต่อปี ซึ่งงวดครึ่งปีหลัง 2567 คาดจ่ายที่ 7.81 บาท/หุ้น dividend yield ประมาณ 6% ขณะเดียวกัน ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-69 ขึ้น (5-6%) ที่ 4.48 และ 4.63 หมื่นลบ. ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ต่ำกว่าคาด เพราะการควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ทั้งนี้ปัจจุบัน SCB มี PBV อยู่ที่ 0.85 เท่า


พร้อมทั้งแนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ด้วยราคาเป้าหมาย 178.00 บาท โดยเป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคารคู่กับ KTB เพราะ 1) คาดว่ามีโอกาสเห็นค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) กลับสู่ระดับปกติในปี 2568 ที่ 140-160bps. 2) กำไรสุทธิปี 2568 คาดเติบโต +9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มากกว่ากลุ่มที่ +4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ปัจจุบัน KBANK มี PBV อยู่ที่ 0.67 เท่า


เช่นเดียวกับการแนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ด้วยราคาเป้าหมาย 24.00 บาท โดยมอง 1) คาดได้ผลบวกจากงบประมาณภาครัฐต่อเนื่องในงวดครึ่งปีแรก 2568 2) กำไรสุทธิปี 2568 คาดเติบโต +9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มากกว่ากลุ่มที่ +4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3) มีโอกาสเห็น KTB ปรับเพิ่ม payout ratio จากปัจจุบันที่ราว 30% ทั้งนี้ปัจจุบัน KTB มี PBV อยู่ที่ 0.71 เท่า


ขณะเดียวกัน แนะนำ “NEUTRAL” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ด้วยราคาเป้าหมาย 160.00 บาท โดยมองว่า BBL มีความเพียงพอของสำรองต่อพอร์ตสูงสุดในกลุ่มธนาคารจาก Coverage Ratio ปรับขึ้นอยู่ที่ 334% ทั้งนี้ ปรับกำไรสุทธิปี 2568-69 ขึ้น (6-8%) อยู่ที่ 4.57 หมื่นลบ. และ 4.68 หมื่นลบ. ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) ต่ำกว่าคาด จากช่วงที่ผ่านมา BBL ตั้งสำรองมาเป็นจำนวนมากเผื่อความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไปแล้ว อย่างไรดี ปัจจุบัน BBL มี PBV อยู่ที่ 0.53 เท่า


อีกทั้งแนะนำ “Trading Buy” บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ด้วยราคาเป้าหมาย 30.0 บาท/หุ้น โดยมอง spread ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง PE ฟื้นตัวได้ในระยะยาว และ supply ใหม่ทยอยเข้าใน 2565-2567 หนักสุดไปแล้ว ปัจจุบัน spread อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้กำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 25% ทั่วโลกต้องปิด/ลดการดำเนินการ กำลังผลิตใหม่บางส่วนใน 2567-2568 เลื่อนเปิดดำเนินงาน รวมถึงราคา Ethane ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจะส่งให้ supply ที่เข้ามาแข่งขันจากสหรัฐฯ ชะลอลง ในขณะที่ demand มีแรงหนุนของการ re-stock (ระดับคลังเม็ด PE ในจีนต่ำกว่ากรอบล่างค่าเฉลี่ย 5 ปี) และการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ทั้งนี้ ปัจจุบัน PTTGC มี PBV อยู่ที่ 0.37 เท่า


ขณะที่แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ด้วยราคาเป้าหมาย 33.00 บาท มอง Positive ต่อการที่ TOP แจ้งสามารถบังคับหลักประกันฯ จากผู้รับเหมาฯหลักทำงานก่อสร้างไม่ได้ตามสัญญาฯ ราว 12,339 ลบ. คาด ช่วยลดภาระต้นทุนส่วนเพิ่มโครงการ CFP ได้ ราว 15% ลดภาระทางการเงิน และสะท้อนว่า TOP ไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการก่อสร้างต่อโดยอาศัยผู้รับเหมาฯหลักรายเดิม ลดปัญหายืดเยื้อในการชำระเงินผู้รับเหมาฯช่วง และมองยังมี upside risk เพิ่มอีกหากบริษัทยึดหลักประกันฯ ส่วนที่หลือ และได้ค่าชดเชยจากการก่อสร้างที่ล่าช้า ทั้งนี้ ปัจจุบัน TOP มี PBV อยู่ที่ 0.36 เท่า


รวมทั้งแนะนำ “ซื้อ” บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ด้วยราคาเป้าหมาย 46.50 บาท โดยคงมุมมอง BCP น่าสนใจ 1) ธุรกิจโรงกลั่นอยู่ในขาฟื้นตัวจากการปิดซ่อมที่ลดลง และ economies of scale ที่ดีขึ้น 2) ธุรกิจการตลาดขยายสาขาต่อเนื่อง และประหยัดต้นทุนขนส่ง 3) ธุรกิจไฟฟ้าขยายกำลังการผลิต +33% และ 4) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลังชำระคืนหุ้นกู้หนุนกำไรปกติฟื้นตัวสูงในปี 2568 ทั้งนี้ ปัจจุบัน BCP มี PBV อยู่ที่ 0.8 เท่า


Most Viewed
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลาก่อน 1,600! SET ปิดเช้าดิ่ง 20 จุด รับแรงกดดันกลุ่มเทคฯ ตามภูมิภาค โบรกฯ คาดดัชนีบ่ายมีแนวโน้มซึมลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. แจงปมหุ้น TRUE ยืนยันยื่นแบบ 246-2 แล้ว ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น สั่งลุยเช็กความถูกต้องเชิงลึก
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us