SENA กางแผนธุรกิจปี 2568 ปักหมุดยอดขาย 1.55 หมื่นลบ. ยอดโอน 1 หมื่นลบ. ลุยเปิด 12 โครงการใหม่ บุกตลาด Affordable ต่อเนื่อง
SENA ตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน เดินเกม "Refined Focus" ยกระดับโครงการ-บริการ เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 12 แห่ง มูลค่า 13,000 ล้านบาท มุ่งขยายตลาด Affordable Segment ที่ครองส่วนแบ่ง 20% พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาด-นวัตกรรมเช่าออมบ้าน ตั้งเป้าลดคาร์บอนไม่น้อยกว่า 10,235 ตัน ย้ำจุดยืน Sustainable Living Leader
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน 10,000 ล้านบาท โดยมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 11 โครงการ มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท โดยโครงการคอนโดมิเนียมบริษัทยังคงเน้นตลาด Affordable Segment ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสนาเป็นผู้นำตลาด (Market Leader) ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน 10,000 ล้านบาท โดยมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 11 โครงการ มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท โดยโครงการคอนโดมิเนียมบริษัทยังคงเน้นตลาด Affordable Segment ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสนาเป็นผู้นำตลาด (Market Leader) ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต
“Affordable Segment เป็นตลาดที่ใหญ่และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยช่วงราคาอยู่ที่ราว 1-3 ล้านบาท และบริษัทก็เป็น Market Leader ในกลุ่มนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่มียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงมากเช่นกัน จึงนำมาสู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัท มุ่งพัฒนาโครงการที่มีฟังก์ชันต่างๆ ให้ตอบโจทย์ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมช่วยวางแผนทางการเงิน เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินได้มากขึ้น” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว
โดยในปี 2568 บริษัทจะขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์ "Refined Focus" ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การพัฒนา แต่คือการยกระดับโครงการและบริการที่มีอยู่ให้ดีที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 4 แกนหลัก ดังนี้
1. No.1 in Affordable Market บริษัทเป็นผู้นำตลาด Affordable ปัจจุบันมีบ้านและคอนโดรวม 12,600 ยูนิต มูลค่ารวม 30,600 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ ซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น 54% ของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เสนาเชี่ยวชาญในตลาดนี้และพร้อมยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้เข้าถึงได้จริง
2. Strong Partnership ความร่วมมือกับ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พันธมิตรทางธุรกิจที่ยาวนานกว่า 9 ปี พัฒนาโครงการรวม 66 โครงการ มูลค่ากว่า 83,000 ล้านบาท ไม่เพียงเสริมศักยภาพทางการเงินเพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการบริหารของเสนาด้วยธรรมาภิบาลที่ดี และมาตรฐานการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืน และยังคงเดินหน้า จับมือร่วมทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพร่วมกัน
3. SENA Eco System to Make Us Stronger การขับเคลื่อนธุรกิจที่เสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ SenX (เซ็นเอกซ์) ยกระดับบริการอสังหาริมทรัพย์ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี, SENA Green Energy ก้าวสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด The New S-Curve เช่น การขยาย SENA Green Automotive ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 3 แบรนด์ NETA, LEAP และ DEEPAL และ SENA Solar Energy ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์ติดตั้งมากกว่า 1,000 ครัวเรือน
4. Sustainable Living Leadership มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ได้แก่ แนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House concept) พัฒนา 42 โครงการ รวมจำนวน 4,290 ยูนิต ลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 6,993 ตันคาร์บอนต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นบริษัทอสังหาฯ รายแรกในไทยที่มุ่งมั่นปลดล็อกโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยผ่านการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น และมองหาทางเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่จำกัดแค่การซื้อขาด จึงได้เปิดตัว “LivNex” นวัตกรรมเช่าออมบ้าน และ “RentNex” Subscription คอนโด โมเดลของวงการอสังหาฯ ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของแนวทางนี้อย่างชัดเจน
ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการ LivNex แล้วกว่า 976 ยูนิต มูลค่า 1,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนการเข้าถึงที่อยู่อาศัยให้เป็นจริงได้ในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าให้บริการ V-Move, Smart Mobility concept นวัตกรรมที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ตั้งเป้าพัฒนา 24 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 20 โครงการ และบ้าน 4 โครงการ ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 11,720 ตันคาร์บอนต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1,172,006 ต้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไม่น้อยกว่า 10,235 ตัน หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,020,000 ต้น ควบคู่ไปกับการตั้งเป้าเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีข้อจำกัดทางการเงินสามารถเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพได้ง่ายขึ้น จำนวน 1,000 ยูนิต ภายใต้โครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยสร้างความมั่นคงในชีวิต บริษัทเชื่อว่าความยั่งยืนและการเติบโตทางธุรกิจต้องไปด้วยกัน รายได้สำคัญ การดูแลโลกก็สำคัญไม่แพ้กัน และเราจะเดินหน้าต่อไป ในฐานะ Sustainable Living Leader ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
