2 หุ้นเหมืองแคนาดาน่าจับตา อัพไซด์สูง แม้ Trump ขึ้นภาษีทองแดง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้สั่งให้มีการสำรวจการนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนก่อนมีการขึ้นภาษีนำเข้าทองแดง และ ตามรายงานของ BBC หากมีการขึ้นภาษานำเข้าทองแดงจริง ก็น่าจะเป็นผลเสียต่อประเทศผู้ส่งออกทรัพยากรนี้ให้สหรัฐฯ อย่าง แคนาดา ชิลี และ เม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก The Motley Fool กลับมองว่ามี 2 หุ้นธุรกิจเหมืองแร่ที่ยังมีแนวโน้มรับผลดีจากความต้องการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แม้สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าทองแดง แถมหุ้นเหล่านี้ก็มี upside สูงด้วย
สำหรับหุ้นธุรกิจเหมืองแร่ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่
1.First Quantum Minerals Ltd. (FM)
First Quantum Minerals Ltd. หรือ FM เป็นบริษัทเหมืองสัญชาติแคนาดาที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตทองแดง ซึ่งเป็นทรัพยากรที่กำลังเป็นที่ต้องการในโลกที่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น แม้ในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทจะเจอความท้าทายจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commidity) ที่ผันผวน แต่บริษัทก็ยังคงผ่านมาได้สะท้อนถึงความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจ โดยหนึ่งในจุดแข็งของ FM คือการที่บริษัทมีการกระจายการผลิตและการส่งออกไปในหลายประเทศทั่วโลก เช่น แซมเบีย ปานามา และตุรกี และไม่ได้พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯเพียงอย่างเดียว ทำให้นโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ไม่ได้มีผลกระทบเยอะต่อธุรกิจของบริษัท
นอกจากนี้ สงครามการค้าในตลาดทองแดง อาจสร้างโอกาสให้ FM ได้ขยายตลาดไปยังที่ใหม่ๆ เช่น เอเชีย โดยเฉพาะจีน หรือ ยุโรป ที่มีความต้องการทองแดงเพิ่มขึ้นสูงด้วย ดังนั้น นักวิเคราะห์จึงมองว่าราคาหุ้นยังมีแนวโน้มดีในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นในช่วงที่ผ่านมา เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลประโยชน์จากความต้องการทองแดงและพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกท่ามกลางสงครามการค้า ทั้งนี้ราคาเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นตามข้อมูลจากแพลทฟอร์ม TipRanks อยู่ที่ 22.02 ดอลลาร์แคนาดา ซึ่งมี upside ประมาณ 24% จากราคาปัจจุบัน
2.Teck Resources (TECK)
Teck Resource หรือ TECK เป็นอีกหนึ่งบริษัทเหมืองแร่แคนาดาที่น่าจะมี upside สูงในปีนี้ โดยบริษัทมีความแตกต่างจาก FM เนื่องจากไม่ได้เน้นแค่ผลิตทองแดงอย่างเดียว แต่มีการผลิตโลหะอย่างอื่น เช่น สังกะสี หรือ ถ่านที่เอาไว้ผลิตเหล็ก (metallurgical coal) ด้วย ซึ่งสินค้าที่หลากหลายก็มีส่วนช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับบริษัท และทำให้หุ้น TECK เป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าถือในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน โดยผลการดำเนินงานล่าสุดก็สะท้อนถึงพื้นฐานที่ดีของบริษัทด้วย ไม่ว่าจะเป็นมูลค่า market cap ที่สูงกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ เงินสำรองที่สูงกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือรายได้จากเหมืองของบริษัทในประเทศชีลีที่มีส่วนช่วยทำให้รายได้รวมในไตรมาส 4/67 เติบโตมากกว่า 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในระยะต่อไป นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทจะได้รับผลดีจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก และหากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้มีการย้ายฐานการผลิตทั่วโลก หรือ ทำให้มีโปรเจคใหม่ๆ เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เอง ก็มองว่า TECK จะได้รับผลดีจากความต้องการ metallurgical coal ที่มากขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากบริษัทผลิตทองแดงด้วย ก็โอกาสรับผลดีจากความต้องการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายเป้าหมายโดยเฉลี่ยของหุ้นจากข้อมูลบนแพลทฟอร์ม TipRanks อยู่ที่ 51.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ มี upside ราว 26% จากราคาปัจจุบัน

