Official Update :

คัดหุ้นใหญ่ราคาลงลึก พื้นฐานแกร่ง รับโอกาสหุ้นไทย Valuation ถูก

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1,200 จุด ทำให้ Valuation ของ SET อยู่ในระดับที่น่าสนใจ ทำให้อาจเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเข้าสะสมหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับตัวลงมาลึก แต่ยังมีพื้นฐานดี แนวโน้มผลประกอบการเติบโตได้ต่อเนื่อง


โดยบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SET พยายามฟื้นตัวโดยเริ่มเห็นแรงซื้อกระจายตัวในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพื้นฐานดีที่ราคาลงมาแรงแม้จะยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่แต่ด้วย Valuation “ไม่แพง” ของ SET ทําให้เป็นตัวจํากัด downside


ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศติดตามการรายงาน Non-farm payroll ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตามแนะนํา “ซื้อ” หุ้นใหญ่ที่ปรับตัวลงมาลึกและไม่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ถูก Disrupt รวมถึงแนวโน้มกําไรดี ได้แก่ WHA, AAV, JMT, AMATA, COM7, MEGA, PR9, CKP, ERW, CPN, BA และ TRUE


สำหรับพื้นฐานของ 12 ดังกล่าวด้านบน Wealthy Thai ขอหยิบยกมุมมองบางส่วนจากนักวิเคราะห์มานำเสนอนักลงทุน


เริ่มต้นที่ WHA บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) แนะนํา “ซื้อ” ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 6.3 บาทจาก 1. แม้กําไรไตรมาส 4/67 ตํ่ากว่าคาดแต่สาเหตุหลักมาจากการขายสินทรัพย์เข้า REIT ยอด presale ยังเป็นไปตามคาด ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตขณะที่อัตรากําไรดีกว่าคาดจากการปรับราคาขึ้น


2.มองราคาหุ้นปรับลดลงสะท้อนงบที่ตํ่าคาดและการ Spin off WHAID แล้วซึ่งบริษัทมีแผนที่จะเลื่อนการ spin off ออกไปก่อน ทําให้ระยะสั้นตลาดคลายความกังวล 3. ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกหนุนความต้องการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนยังคงดําเนินต่อไป ซึ่งไทยเป็น 1 ในผู้ได้ประโยชน์ และ 4. เป็นหุ้นที่มี Short-sell outstanding สูงมีโอกาสที่จะเกิด Short-covering และราคาเริ่มฟื้นตัว


ส่วน AAV บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในปี 2568 (ผู้โดยสารราว 21.8 ล้านคน และความสามารถในการคงราคาตั๋วสูงอยู่ที่ 2,000 บาท) สำหรับไตรมาส 1/68 คิดว่าบริษัทน่าจะทำกำไรหลักแข็งแกร่งได้จากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว จำนวนผู้โดยสารเติบโตต่อเนื่อง ค่าโดยสารและปริมาณที่นั่งรองรับ (capacity) สูง และการจัดการต้นทุนที่ดี ดังนั้น คาดว่า AAV จะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งด้วยกำไรหลักอยู่ที่ 3.06 พันล้านบาทในปี 2568 ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 3.60 บาท


JMT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมอง Neutral โดยปี 2568 ยังคงเป็นปีแห่งการฟื้นตัวจากไปตามเmรนด์ Cash collection ซึ่งผ่านจุด Bottom ไปแล้วและ ECL จะกลับสู่สภาวะปกติ บริษัทมองปีนี้ยังคงเป้าการซื้อหนี้ไว้ที่ 2 พันล้านบาท ตรงกับประมาณการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทมีเงินพร้อมจ่ายหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2568 ทั้ง 2 ชุดแล้ว และด้วย IBD/E ต่ำ เพียง 0.5 เท่า มองสามารถ Rollover หุ้นกู้ได้ โดยคงประมาณการและคำแนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมายเดิม 15.60 บาท


CKP บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 1/68 ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรคาดดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/67 ข้อมูลพยากรณ์อากาศยังคงระบุมีสภาวะ La Nina สอดคล้องกับข้อมูลปริมาณน้ำและการผลิตไฟฟ้าของโครงการหลักในช่วงเดือน ม.ค. 68 ทั้งนี้ เบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ที่ราว 1.9 พันล้านบาท โต 53% จากปีก่อน คาดหวัง normal operation บนสภาพอากาศปกติและไม่มีการหยุดผลิตไฟฟ้าของโครงการไซยะบุรี ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” แต่คงราคาเป้าหมายที่ 4 บาท


ERW บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2568-2569 ขึ้นปีละ 4-5% หลักๆ จากการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจโรงแรมขึ้น ซึ่งประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์รวมผลกระทบของการปิดรีโนเวทบางส่วนของ Grand Hyatt ERWตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ไว้แล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ” ผลของการปรับประมาณการและปรับลด EV/EBITDA Multiple ลงสะท้อนความเสี่ยงตลาด ทำให้ปรับราคาเหมาะสมสิ้นปีนี้เป็น 4.60 บาท


สุดท้าย TRUE บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองเป็นบวก กำไรปกติแข็งแกร่งต่อเนื่องและอยู่ในรอบการเติบโต ขณะที่ผลขาดทุนจากรายการพิเศษใกล้จบแล้ว เหลืออีกราว 1-3 ไตรมาสและจะมีขนาดที่ทยอยลดลง รวมถึงมีโอกาสกลับมาจ่ายปันผลได้อีกครั้งในปี 2568 พร้อมคงประมาณการปีนี้และคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม 14 บาท