Official Update :

EGCO วางแผนรับมือรอบด้าน ยันปมสหรัฐฯ ขึ้นภาษี กระทบต่ำ ดันกลยุทธ์ “Triple P” หนุนการเติบโตธุรกิจ ย้ำพื้นฐานแกร่ง พร้อมปันผลตามนโยบาย

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า กรณีแผ่นดินไหวในประเทศไทยนั้น โรงไฟฟ้าของ EGCO Group ไม่ได้รับผลกระทบ โดยยังสามารถเดินเครื่องได้เป็นปกติ ส่วนประเด็นการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ในส่วนของโรงไฟฟ้าที่เป็นกังหันลมหรือโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรือที่ก่อสร้างคืบหน้าไปมากแล้วนั้น ส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบค่อนข้างต่ำ เนื่องจากโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างไว้แล้วส่วนใหญ่มีการตกลงในส่วนของวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งมีการจัดการผลิตและนำเข้ามาเรียบร้อยแล้ว


อย่างไรก็ดี ในส่วนที่จะมีผลกระทบคาดว่าจะเป็นในส่วนของโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในแง่ของราคาและการบริหารจัดการเบื้องต้นได้วางกลยุทธ์ในการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนช่วยลดผลกระทบให้น้อยลง ขณะเดียวกัน ในแง่ของการแข่งขัน มองว่า ผู้ที่จะเข้ามาแข่งขันในโรงไฟฟ้าประเภทนี้ก็จะได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน


ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า EGCO Group จะเติบโตด้วยกลยุทธ์ “Triple P” ได้แก่


- Profitability and Performance Energizing เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง พร้อมคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ


- Power and Energy-related Focus มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ทั้งก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ด้วยวิธีการควบรวมและซื้อกิจการ และพัฒนาโครงการ ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยต่อยอดการลงทุนใน 7 ประเทศที่มีฐานธุรกิจแล้ว ครอบคลุมเอเชียแปซิฟิกและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในไทยและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยงบลงทุนปีละประมาณ 30,000 ล้านบาท


- Portfolio and People Management บริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนโยบายการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) โดยนำเงินที่ได้จากการขายไปลงทุนใหม่ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ให้ความสำคัญในการสร้างความเป็นเลิศในกระบวนการดำเนินงาน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่


โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ “Triple P” จะตอบโจทย์การสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และบรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำทั้ง 3 ระยะ ได้แก่ เพิ่มพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ของกำลังผลิตทั้งหมด ภายในปี 2573, บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2583 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593


สำหรับ ผลการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,412 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,796 ล้านบาท หรือ 165% เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่มีรายได้รวม 46,341 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศ ได้แก่ โรงไฟฟ้าหยุนหลินในไต้หวัน มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันโรงไฟฟ้าหยุนหลินได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบ 80 ต้น รวมกำลังผลิต 640 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว และได้ทำพิธีเปิดโรงไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568, โรงไฟฟ้าเคซอนในฟิลิปปินส์ มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น, โรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 สปป.ลาว มีรายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น, เอเพ็กซ์ ในสหรัฐฯ รับรู้รายได้จากการขายโครงการ, กลุ่มโรงไฟฟ้าคัมแพซ ในสหรัฐฯ EGCO Group เริ่มรับรู้รายได้จากการถือหุ้น 50% ตั้งแต่ 9 ม.ค. 2567


นอกจากนี้ ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และกระแสเงินสดที่มั่นคง ทำให้บริษัทฯ ยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง ตอกน้ำนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ