THAI นับถอยหลังกลับเทรด SET ปลายเดือนก.ค.- ต้น ส.ค. 68 มองไตรมาส 2/68 ดีมานด์ดีต่อเนื่อง พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้ 1.8 - 1.9 แสนลบ.
การบินไทยเดินหน้ายื่นศาลขอออกจากแผนฟื้นฟู นัดไต่สวน 4 มิ.ย. นี้ คาดกลับเข้าเทรดในตลาดหุ้นปลาย ก.ค.- ต้น ส.ค. 68 ประเมินไตรมาส 2/68 แนวโน้มดีต่อเนื่อง พร้อมเป้าหมายรายได้ปี 2568 ที่ 1.8 - 1.9 แสนล้านบาท และผู้โดยสาร 16.5 ล้านคน
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยความคืบหน้าในการออกจากการฟื้นฟูกิจการ ภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 68 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และได้ดำเนินการจดทะเบียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 68
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยความคืบหน้าในการออกจากการฟื้นฟูกิจการ ภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 68 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และได้ดำเนินการจดทะเบียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 68
โดยส่งผลให้บริษัทดำเนินการตามผลสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการครบถ้วนแล้ว จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยศาลล้มละลายกลางกำหนดนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 4 มิ.ย. 68 เวลา 9.00 น.
ทั้งนี้ หากศาลมีคำตัดสินออกมาเมื่อไหร่ หน้าที่ของคณะผู้บริหารแผนฯ จะยุติทันที หลังจากนั้นผู้ถือหุ้นต้องประชุมเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยคาดว่า THAI จะสามารถกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประมาณปลายเดือนก.ค. ถึงต้นเดือนส.ค. 68
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/68 แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่บางประเทศเป็นช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับมีเทศกาลอีสเตอร์ รวมถึงยังมีความต้องการเดินทางในเที่ยวบินออสเตรเลียและยุโรปที่เข้ามาช่วยสนับสนุน โดยล่าสุดตัวเลขเดือนเม.ย. ยังดี รวมถึงเดือนพ.ค. - มิ.ย. 68 ตัวเลขการจองที่นั่งล่วงหน้ายังดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมทั้งปี 2568 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 1.8 - 1.9 แสนล้านบาท และผู้โดยสาร 16.5 ล้านคน
ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนเครื่องบินที่ใช้ทำการบินรวมทั้งสิ้น 78 ลำ โดยมีแผนทยอยรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A321 Neo เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องบินรุ่นใหม่จะมาพร้อมระบบความบันเทิงส่วนตัวในทุกที่นั่ง และบริการ Wi-Fi ฟรี สำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ทุกระดับสถานะ โดยคาดว่าสิ้นปี 2568 บริษัทจะมีจำนวนเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 80 ลำ
ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างอินเดียและปากีสถาน ปัจจุบัน THAI งดให้บริการเที่ยวบินชั่วคราวในประเทศปากีสถาน 3 เมืองได้แก่ อิสลามาบัด, การาจี และ ละฮอร์ โดยมีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เที่ยวบินที่เดินทางไปยุโรปต้องใช้เวลามากขึ้นราว 20-30 นาที มีต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 แสนบาทต่อเที่ยวบินไป-กลับ หรือคิดเป็น 0.3-0.4% ของต้นทุนรวมน้ำมันไปกลับที่ 5-6 ล้านบาท ทั้งนี้ต้นทุนน้ำมันคิดเป็น 30% ของต้นทุนทั้งหมด
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า สิ้นสุดเดือนมี.ค.68 บริษัทมีกระแสเงินสด 1.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเข้าสู่แผนฟื้นฟูที่มีกระแสเงินสด 3 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทสำรองให้เพียงพอกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ในอนาคต
"เราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่เราเตรียมตัวเองให้แข็งแกร่งทั้งในด้านโครงสร้างต้นทุนและบุคลากรเพื่อรับมือได้ โดยสิ้นเดือนมี.ค.68 บริษัทมีกระแสเงินสด 1.24 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากก่อนฟื้นฟูที่มี 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตอนนั้นมีเครดิตกับสถาบันการเงินด้วย แต่เมื่อมีวิกฤติเครดิตก็ไม่มีประโยชน์ เราจึงต้องเตรียมสภาพคล่องให้พร้อม“ นายปิยสวัสดิ์กล่าว
ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 1/68 บริษัทมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 51,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 45,955 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.3% มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เท่ากับ 83.3% ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องมาจากปริมาณความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งบริษัทได้มีการขยายฝูงบิน เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ส่งผลให้ปริมาณการผลิต (Available Seat Kilometers-ASK) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21.1% โดยมีปริมาณขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Seat Kilometers-RPK) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20.8% จากจำนวนผู้โดยสารรวม 4.33 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11.6%
บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 37,964 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,084 ล้านบาท หรือ 8.8% จากค่าใช้จ่ายที่ผันแปรตามปริมาณการผลิตและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลงประมาณ 1.7% จากปีก่อน
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว)13,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 2,586 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไร (EBIT Margin) 26.5%
ขณะเดียวกันบริษัทมีต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นการรับรู้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 3,481 ล้านบาท มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นค่าใช้จ่าย 339 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 และขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 1/68 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท และมี EBITDA หลักหักเงินสดจ่ายหนี้สินตามเงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบินรวมค่าเช่าเครื่องบินจากการใช้เครื่องบินที่เกิดขึ้นจริง (Power by the Hours) 12,728 ล้านบาท
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
