TU ร่วง 7% พบพนักงานติดโควิด-19 หากปิดโรงงานจะกระทบมากแค่ไหน?
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU เป็นอีกหนึ่งบริษัทได้รับผลกระทบของการระบาดโควิด19 ในระลอกที่ 2ของไทย โดย TU รายงานว่าพนักงานโรงงานที่จ.สมุทรสาครติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จำนวน 1ราย ทั้งนี้หากเกิดกรณีที่ร้ายแรงอาจจะถึงขั้นต้องปิดโรงงานที่ถือเป็นฐานการผลิตแห่งใหญ่ในไทย และจะส่งผลกระทบต่อรายได้มากน้อยแค่ไหน?
วันนี้บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่ทำให้มีนักลงทุนเทขายหุ้นออกมากว่า 7% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะทาง TU ออกมายอมรับว่าพบพนักงานในโรงงานที่จังหวัดสมุทรสาครติดเชื้อไวรัสโควิด19 ขณะเดียวกันหากมีการตรวจพบเพิ่มมากขึ้น อาจจะต้องทำให้มีการปิดโรงงาน และจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา TU ถือเป็นหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากการล็อคดาวน์เพื่อป้องกันเชื้อโควิด19 เพราะจะส่งผลให้ผู้คนบริโภคอาหารกระป๋องสำเร็จรูปกันมากขึ้น
สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครนั้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU บริษัทได้รับรายงานยืนยันว่ามีพนักงานติดเชื้อเพียง 1 รายจากพนักงานทั้งหมดของกลุ่มบริษัทที่มีการปฏิบัติงานในจังหวัดสมุทรสาคร โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะปฏิบัติตาม กฎระเบียบข้อบังคับของทางหน่วยงานราชการว่าด้วยการตรวจสอบหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กับพนักงานของบริษัท
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภค
และชุมชนโดยรอบ บริษัทได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ในการปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางป้องกันต่างๆ และจนถึงปัจจุบัน คือ วันที่21 ธันวาคม นี้
ขณะเดียวกันโรงงานของกลุ่มบริษัททุกโรงในประเทศไทย ยังคงเปิดดำเนินการ โดยบริษัทได้วางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบและรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิต อย่างไรก็ดีในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยที่อาจทำให้ต้องปิดโรงงานของกลุ่มบริษัททุกโรงในจังหวัดสมุทรสาครเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ทางบริษัทได้ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้ทั้งหมดของบริษัทน้อยกว่าร้อยละ 2 ของรายได้รวมต่อปีซึ่งบริษัทได้เตรียมมาตรการเสริมเพื่อทดแทนกำลังการผลิตบางส่วนไว้แล้วหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังกล่าวขึ้นบริษัทขอความร่วมมืออย่างต่อเนื่องให้พนักงานปฏิบัติตามข้อแนะนำและแนวทางปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทั้งจากภาครัฐ
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีโรงงาน 1 จาก 16 แห่งของ TU อยู่ภายใต้มาตรการลอคดาวน์และเคอร์ฟิวในช่วง 19 ธันวาคม -3 มกราคมหลังจากพบผู้ติดเชื้อ 548 คนที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดกลางกุ้งในสมุทรสาคร ทั้งนี้คาดว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับการขนส่งซัพพลายเชนในประเทศไทย โดยทาง TU มีสินค้าคงคลังใช้ได้ราว 3 เดือน ดังนั้นบริษัทจึงยังสามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติในสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าการขนส่งสินค้าออกจากสมุทรสาครอาจล่าช้าจากมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด
สำหรับในกรณีที่แย่ที่สุดคือโรงงานสมุทรสาครเป็นโรงงานหลักของ TU ในประเทศไทยสำหรับการผลิตอาหารทะเลแปรรูป อ้างอิงจากฐานข้อมูลของบริษัทและสมมติฐาน พบว่าบริษัทมีรายได้จากการขายจากโรงงานในประเทศไทยเพียง 40% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งหากพนักงานของ TU มีผลการตรวจ COVID-19 เป็นบวก อาจทำให้พนักงานของโรงงานต้องกักตัวเองและบริษัทอาจปิดโรงงานเป็นเวลา 14-28 วันซึ่งจะกระทบทำให้รายได้ลดลงประมาณ 1.6%-3.2%
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะมีผลจำกัดต่อการดำเนินงาน แต่คาดว่าการระบาดของ COVID-19 ดังกล่าวจะเป็นประเด็นกดดันราคาหุ้น TU เหมือนกันกรณีการระบาดของ COVID-19 ในกาน่าและโปรตุเกสและมีการปิดโรงงานของบริษัทชั่วคราวในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ในขณะที่การปิดเมืองหรือการทำงานจากที่บ้านจะทำให้ความต้องการอาหารทะเลแปรรูปภายในประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้นคงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ราคาเป้าหมาย 19.60 บาทต่อหุ้นเทียบเท่า 14 เท่า
