Official Update :

9 หุ้น Deep Value มั่นคงสูง เหมาะลงทุนระยะกลาง-ยาว

แม้ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ แต่ดัชนีที่อ่อนตัวลงมากจนเข้าสู่โซน Deep Value กลับสะท้อนโอกาสที่ซ่อนอยู่ ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยนักลงทุนเริ่มจับตาสัญญาณฟื้นตัวเมื่อมูลค่าหุ้นหลายตัวแตะระดับต่ำกว่าพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ


ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ SET Index ปรับตัวลงต่อเนื่องจากความผันผวนของปัจจัยภายนอกและการขาดความเชื่อมั่นในปัจจัยภายใน จนปัจจุบันอยู่ในโซน Deep Value อย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะสะท้อนความเสี่ยงรอบด้านในช่วงปลายแล้ว ทั้งจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่คาดว่าภาษีเท่าเทียมจะเป็นมาตรการชุดท้าย ๆ และสภาพคล่องภายในที่อยู่ในจุดต่ำสุด โดยเศรษฐกิจกำลังรอมาตรการแก้ไขปัญหาเพื่อฟื้นตัว


โดย บล.กรุงศรี ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2568 ลงสู่ระดับ 1,418 จุด พร้อมทั้งแนะนำหุ้น Deep Value ที่มีความมั่นคงระยะ 2-3 ปีข้างหน้า และอยู่ในโซนลงทุนกลาง-ยาว ได้แก่ CPALL, BDMS, MINT, BH, GPSC, SCGP, HMPRO, KBANK, BBL


เริ่มที่คำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ด้วยราคาเป้าหมาย 80.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 29,040 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 32,867 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 37,412 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -19.28% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 45.00 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 77.78%


พร้อมทั้งแนะนำ “ซื้อ” บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ด้วยราคาเป้าหมาย 37.50 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 17,593 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 19,840 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 22,063 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -15.85% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 20.70 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 81.16%


เช่นเดียวกับแนะนำ “ซื้อ” บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ด้วยราคาเป้าหมาย 38.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 9,220 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 9,750 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 10,232 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -11.62% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 23.20 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 63.79%


อีกทั้ง แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ด้วยราคาเป้าหมาย 240.00 บาท บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 7,692 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 8,075 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 8,420 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -33.25% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 135.50 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 77.12%


ส่วน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แนะนำ “Trading  Buy” ด้วยราคาเป้าหมาย 37.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 4,658 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 5,224 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 5,767 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -18.92% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 30.00 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 23.33%


ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ด้วยราคาเป้าหมาย 29.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 4,005 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 5,749 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 6,043 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -15.90% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 16.40 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 76.83%


สำหรับ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมาย 8.20 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 6,504 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 6,540 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 6,921 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -33.69% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 6.20 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 32.26%


นอกจากนี้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ “Trading” ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ด้วยราคาเป้าหมาย 175.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 51,166 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 52,910 ล้านบาท (ไม่มีคาดการณ์สำหรับปี 2570)


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบันทรงตัว จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 155.00 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 12.90%


ปิดท้ายด้วยคำแนะนำ “Outperform” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จาก บล.เอเซีย พลัส ด้วยราคาเป้าหมาย 170.00 บาท โดยคาดว่ากำไรปี 2568 อยู่ที่ระดับ 45,300 ล้านบาท, ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 45,505 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ระดับ 48,285 ล้านบาท


ขณะที่ราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน -8.55% จากราคาปิด ณ วันที่ 24 มิ.ย.68 ที่ระดับ 139.00 บาท คิดเป็นอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 22.30%


Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us