Official Update :

สแกน 5 หุ้นแถว 2 SET100 กับราคาที่ยังไม่ไปไหน

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันหุ้นหลายตัวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มีทั้งหุ้นที่ราคาบวกมากกว่า 500% และหุ้นที่ราคาปรับลงจนเหลือหลักสิบบาท จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและตลาดทุนที่เข้ามากระทบ แต่ไม่ว่าตลาดหุ้นจะผันผวนมากแค่ไหน การลงทุนยังต้องดำเนินต่อไป แต่การจะเลือกลงทุนในหุ้นซักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในภาวะที่ตลาดหุ้นปรับขึ้นจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า ทำให้หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวราคาฟื้นต่อเนื่อง แล้วแบบนี้ยังเหลือหุ้นขนาดใหญ่ตัวไหนที่เข้าลงทุนได้บ้าง


ดังนั้น Wealthy Thai จึงขอหยิบ 5 หุ้นในกลุ่ม SET100 ที่ราคาหุ้นยังมีส่วนต่างราคาหรืออัพไซด์เหลือค่อนข้างมากจากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของ Bloomberg consensus มานำเสนอ เพื่อเป็นอีกทางเลือกและข้อมูลที่นักลงทุนจะใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน





โดยเริ่มที่หุ้นตัวแรก CPF หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มีอัพไซด์ 33% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 37.60 บาท (Buy/Hold/Sell : 20/3/1) ส่วนแนวโน้มการเติบโตในอนาคต บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/63 จะชะลอตัวจากไตรมาส 3/63 เนื่องจากฐานสูงและเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ในไทยและเวียดนามอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี กำไร 9 เดือนปี 63 เท่ากับกำไรทั้งปีที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ จึงปรับประมาณการกำไรปกติปีนี้ขึ้น 23% อยู่ที่ 23,771 ล้านบาท และ 15% อยู่ที่ 21,019 ล้านบาท ในปีหน้า สะท้อนถึงอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าที่คาด ส่วนราคากากถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นยังไม่กระทบต้นทุนปี 63 เนื่องจากมีการสต็อกไว้ใช้ได้ถึงไตรมาส 1/64 โดยคาดว่าราคาเพิ่มขึ้น 10% ในปีหน้า แต่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์คาดจะเพิ่มขึ้นเพียง 2-3% เนื่องจากเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงและการผลิตทำให้ต้นทุนลดลง และปรับสูตรอาหารสัตว์


หุ้นต่อไป BCH หรือ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) มีอัพไซด์ 29% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 18.10 บาท (Buy/Hold/Sell : 17/3/1) โดย บล.หยวนต้า ระบุว่า คาดผลประกอบการไตรมาส 4/63 ของ BCH จะยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้ในประเทศที่กลับมาใช้บริการเป็นปกติแล้ว ส่งผลให้ภาพรวมปี 63 ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,238 ล้านบาท เติบโต 9% จากปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ กลุ่มประกันสังคมที่ได้ผลบวกหลังคณะกรรมการประกันสังคมมีการปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว ต้นปีเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.6% เทียบปีก่อน ด้วยสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมที่ 36% ของรายได้รวม ขณะที่ผู้ประกันตนปรับเพิ่มขึ้น 1.8% เป็น 8.84 แสนคน และ มีรายได้จากการให้บริการตรวจ Covid-19 รวมถึงรายได้จากการให้บริการ Alternative State Quarantine เข้ามาเสริม


RATCH หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีอัพไซด์ 28% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 73.50 บาท (Buy/Hold/Sell : 13/0/0) โดย บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุแนวโน้มการเติบโตว่า กำไรของ RATCH มีเสถียรภาพสูงจากพอร์ตโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่และมีการกระจายตัวที่ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประเมินกำไรปี 63 ที่ 5,651 ล้านบาท และกำไรปี 64 ที่ 6,070 ล้านบาท โดยกำไรปีหน้าจะได้แรงหนุนจากการเดินเครื่องของโครงการหงสาที่ดีขึ้นร่วมกับรายได้เต็มปีของโครงการใหม่ ขณะเดียวกันบริษัทก็มองหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมทั้งโรงไฟฟ้าและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง


CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แม้ปีนี้ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ยังมีอัพไซด์ ราว 25% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 148 บาท (Buy/Hold/Sell : 12/2/0) โดย บล.บัวหลวง ระบุว่า คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/63 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 933 ล้านบาท เติบโต 16% เทียบกับไตรมาส 4/62 หนุนให้ภาพรวมปี 63 คาดกำไรจะอยู่ที่ 3,584 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตประมาณ 40% จากปีก่อน แม้จะมีการระบาดของ Covid-19 ก็ตาม ส่วนปี 64 คาดกำไรยังเติบโตแข็งแกร่งที่ 4,483 หรือคิดเป็นการเติบโต 27%


โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ในปีหน้า และอัตรากำไรหลักที่เพิ่มขึ้น 30bps ซึ่งสะท้อนค่าใช้จ่ายในการขายและบริการที่ลดลง ประกอบกับผลขาดทุนในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจาก 12 ล้านปอนด์ในปี 62 มาอยู่ที่ 5 ล้านปอนด์ ในปี 63 และ 4 ล้านปอนด์ในปี 64 ทั้งนี้ CBG มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยหนี้สินมีแนวโน้มลดลง (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลดลงจาก 0.24 เท่า ณ สิ้นปี 62 มาอยู่ที่ 0.20 เท่า ณ สิ้นปี 63 และ 0.18 เท่า ณ สิ้นปี 64) อีกทั้งปีนี้ยังได้รับการปรับเพิ่มเครดิตเรตติ้งจาก TRIS จาก A- มาเป็น A


และสุดท้าย ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีอัพไซด์ 23% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 222 บาท (Buy/Hold/Sell : 26/3/0) โดย บล.บัวหลวง ระบุว่า ช่วงเทศกาลไฮซีชั่นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาลจะเป็นปัจจัยบวกที่หนุนให้รายได้บริการในไตรมาส 4/63 มีแนวโน้ม


ปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 3/63 (ถึงแม้ว่าจะยังคงลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/62จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ) ถ้ามองข้ามไปยังปี 64 ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้บริการและรายได้รวมเฉลี่ยต่อราย (ARPU) มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งหนุน โดยการฟื้นตัวของการใช้จ่ายและการบริโภคหลัง Covid-19 เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงการรุกทำตลาดและออกแพ็กเก็จ 5G และการทยอยหมดอายุของโปรโมชั่น "การใช้งานดาต้าแบบไม่จำกัดการใช้งานที่ความเร็วคงที่" ที่ออกมาก่อนหน้าในราคาถูก ทำให้ ADVANC ยังคงเป็นหุ้นที่ฝ่ายวิจัยชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มไอซีทีเนื่องจากสถานะความเป็นผู้นำด้าน 5G และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจอย่างมากด้วยอัตราส่วน EV/EBITDA ที่ 7.3 เท่าเทียบกับระดับสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ที่ 8.2 เท่าในเดือนม.ค. 2563


หุ้นที่ทีมงานคัดเลือกมาทั้ง 5 ตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน และมีปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนการเติบโตทั้งสิ้น ส่วนใครจะถนัดลงทุนหุ้นกลุ่มไหนก็เลือกตามใจชอบเลย!!
ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 17 ชั่วโมง
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us