Official Update :

SAK เปิดเทรดวันแรกราคาพุ่ง 90.54% มองปี 64 พอร์ตสินเชื่อ แตะ 8.4 พันลบ.

ผ่านไปแล้วกับการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรกของหุ้นลีสซิ่งน้องใหม่อย่าง SAK หรือ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โดยราคาเปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 7.05 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 90.54% จากราคาไอพีโอที่ 3.70 บาท

โดยนายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK กล่าวว่า ขอบคุณนักลงทุนที่ให้การตอบรับหุ้น SAK เป็นอย่างดี ภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทยังเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเป้าหมายสร้างการเติบโตทุกมิติภายใน 3 ปีข้างหน้าหรือภายในปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนราว 2,000 ล้านบาท จะช่วยสนับสนุนให้บริษัทขยายสาขาและพัฒนาเทคโนโลนีได้ตามเป้าหมาย

“พอร์ตสินเชื่อที่จะเติบโตถึง 12,000 ล้านบาท จะมาจากการการขยายสาขาปีละ 200 แห่ง โดยเน้นพื้นที่ในเขตภาคเหนือ กลาง และอีสานตอนบน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ราว 100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยบริหารจัดการต้นทุนและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการปฏิบัติงาน” นายศิวพงศ์ กล่าว

สำหรับปี 2563 บริษัทคาดว่าพอร์ตสินเชื่อจะอยู่ที่ 6,400-6,500 ล้านบาท คิดเป็นสินเชื่อใหม่ราว 10% จากสิ้นไตรมาส 3/63 พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 6,247 ล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สิ้นปีบริษัทจะพยายามควบคุมไม่ให้เกินระดับ 2.5% จากสิ้นไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 2.6%

ขณะที่ปี 2564 บริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อที่ 8,400 ล้านบาท คิดเป็นสินเชื่อใหม่ 10% เนื่องจากมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคและประเทศน่าจะปรับตัวดีขึ้น สินค้าเกษตรจะได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกัน ซึ่งลูกค้าของ SAK ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้ารายยย่อยที่ประกอบอาชีพเกษตกร ทำให้คาดว่าความต้องการสินเชื่ออาจรับตัวสูงขึ้น สนับสนุนให้พอร์ตสินเชื่อของบริษัทเติบโต

“ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของ SAK คือ ลูกค้ารายย่อยที่เป็นฐานรากของเศรษฐกิจ โอกาสการเติบโตของตลาดสินเชื่อรายย่อยยังมีอีกมาก ภายหลังความสำเร็จจากการระดมทุน IPO ของ SAK ทำให้ SAK มีแหล่งเงินทุนและมี D/E ต่ำ วันนี้ SAK พร้อมรุกขยายธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกมิติ เพื่อผลักดันให้ SAK ก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการสินเชื่อระดับชาติ จากฐานทุนที่แข็งแกร่งภายหลังการระดมทุนจาก IPO ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่สั่งสมผ่านบุคลากรที่มีความเข้าใจในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเป็นอย่างดี” นายศิวพงศ์ กล่าว