“ย่องเงียบซื้อหุ้น” ผิดหรือไม่? หรือแค่ไม่ถูกใจ แต่ยังถูกต้อง
เชื่อว่าช่วงนี้หลาย ๆ คนคงได้เห็นประเด็นร้อนแรงที่เกิดขึ้นในแวดวงธุรกิจ กรณีการซื้อ-ขายหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ร่วมถือหุ้นอีกรายทราบ ซึ่งจากประเด็นนี้ส่งผลให้เกิดเป็นที่ถกเถียงในสังคมเป็นวงกว้างถึงความ “ถูกต้อง” ว่าแท้ที่จริงแล้วสามารถกระทำได้หรือไม่ หรืออาจเป็นเพียงแค่ความ “ไม่แฟร์” สำหรับผู้ถือหุ้นร่วม แต่ในทางกฎหมายสามารถกระทำได้
วันนี้ Wealthy Thai จะชวนทุกท่านมาหาคำตอบผ่านบทความนี้ โดยหยิบยกเอาตัวอย่างข้อกฎหมายในการดำเนินธุรกิจทั่วไป และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดยจากการค้นหาข้อมูลพบว่ากรณีข้างต้นมีความเกี่ยวข้องกับหลักการทั่วไปของการซื้อขายหุ้นที่ต้องพิจารณาในหลายแง่มุม ซึ่งมีทั้งข้อกฎหมายและกฎระเบียบของ ก.ล.ต. เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนี้
กรณีการซื้อขายหุ้นโดยทั่วไป
หากกล่าวถึงกรณีการซื้อขายหุ้นโดยทั่วไปในแวดวงธุรกิจตามหลัก "เสรีภาพในการโอนหุ้น" (Freedom of Transfer) ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะขายหุ้นของตนเองให้กับใครก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นทราบ เว้นแต่จะมีข้อตกลงจำกัดสิทธิ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement) หรือข้อบังคับของบริษัท ซึ่งในความเป็นจริงอาจไม่ได้มีข้อตกลงดังกล่าวเสมอไป
ข้อกำหนดของ ก.ล.ต. กรณีบริษัทจดทะเบียน
แต่หากบริษัทที่จะมีการซื้อขายหุ้นดังกล่าว เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีกฎหมาย ก.ล.ต. มีบทบาทหลักในการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนโดยรวม และสร้างความเป็นธรรมในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการซื้อขายหุ้นในปริมาณมากจนอาจส่งผลกระทบต่ออำนาจการบริหารของบริษัทจดทะเบียน
โดยคร่าว ๆ กฎหมายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ต่อประเด็นการซื้อขายหุ้นดังกรณีที่ได้หยิบยกมา อาทิ
- หลักเกณฑ์การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (Tender Offer): ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้บุคคลใดที่ได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนจนถึงสัดส่วนที่กำหนด (เช่น 25%, 50%, 75% ของสิทธิออกเสียง) จะต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) จากผู้ถือหุ้นรายอื่นทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสตัดสินใจว่าจะขายหรือไม่ และได้ราคาที่เป็นธรรม การไม่แจ้งผู้ถือหุ้นร่วมแต่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยอาจไม่ได้เข้าเกณฑ์นี้ แต่ถ้าการซื้อนั้นเป็นการซื้อจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายอื่นและทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลดังกล่าวถึงเกณฑ์ Tender Offer ก็อาจผิดกฎหมายได้
- การใช้ข้อมูลภายใน (Insider Trading): ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 241 และ 242 ห้ามมิให้ผู้บริหาร กรรมการ หรือผู้ที่มีข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญและยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทตนเอง หากการซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้นที่รู้เรื่องภายในนี้มีการใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยก็อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้
- การรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์: ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 246 กำหนดให้บุคคลที่ได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนจนถึงสัดส่วนที่กำหนด (เช่น 5% ของสิทธิออกเสียง) ต้องรายงานให้ ก.ล.ต. ทราบ หากผู้ซื้อเข้าเกณฑ์นี้แต่ไม่รายงานก็ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ดังนั้น การซื้อขายหุ้นนอกตลาดโดยไม่ได้แจ้งผู้ถือหุ้นร่วมอาจไม่ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่วนกรณีที่บริษัทนั้นจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องทำ Tender Offer หรือใช้ข้อมูลภายในก็อาจไม่ผิดเช่นเดียวกัน แต่หากการกระทำนั้นมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายเพื่อเข้าครอบงำกิจการ ก็อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางกฎหมายได้ในที่สุด

