Official Update :

MRDIYT ปิดตลาดเช้า -1.16% ผบห. ย้ำพื้นฐานแข็งแกร่ง ฟาก FA มองเป็นหุ้น Growth Stock ราคายังไม่สะท้อน แนะเป็นจังหวะสะสม

เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เรียบร้อยแล้ว สำหรับหุ้นค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์อย่าง MRDIYT หรือ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


โดยเปิดตลาดที่ราคา 7.05 บาทต่อหุ้น ลดลง 1.55 บาท หรือลดลง 18.02% จากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 8.60 บาทต่อหุ้น ก่อนจะเด้งตัวกลับมาปิดตลาดภาคเช้าที่ราคา 8.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือลดลง 1.16% จากราคา IPO


นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT เปิดเผยว่า ราคาหุ้น MRDIYT ที่เปิดซื้อขายวันแรกปรับตัวลดลงจากราคาไอพีโออาจเป็นผลจากภาวะตลาดที่ผันผวน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงไดนามิก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในระยะต่อไป โดยยังคงเดินหน้าขยายสาขาตามแผนให้ครบ 1,500 สาขาภายใน 3 ปี พร้อมมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ขยายสาขาใหม่และเพิ่มคลังสินค้า (Warehouse) เพื่อรองรับการเติบโตของเครือข่าย 2. ชำระคืนเงินกู้ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E Ratio) ราว 0.4 เท่า และ 3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ


ส่วนแนวโน้มการเติบโตในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้จากการขายรวม 9,419.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,176.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายสาขาในประเทศไทย โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 1,027 สาขา


ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 3/68 มองว่ายังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทเดินหน้าขยายสาขาใหม่ตามเป้าหมาย และเพิ่มสินค้าคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ ยังเริ่มวางแผนขยายสาขาใหม่สำหรับปี 2569 แล้วเช่นกัน


ในส่วนของแผนการขยายสาขา ปี 2568 บริษัทตั้งเป้าขยาย 200 สาขาใหม่ และคาดว่าจะทำได้ตามแผน ส่วนในปี 2569–2570 มีเป้าหมายเปิดเพิ่มปีละ 200 สาขา รวมครบ 1,500 สาขาภายใน 3 ปี ขณะเดียวกัน ในระยะกลางบริษัทได้ลงทุนซื้อที่ดินขนาด 160 ไร่ เพื่อพัฒนาคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Warehouse) คาดว่าจะเปิดใช้งานส่วนแรกได้ในปี 2571 และเปิดเต็มระบบภายในปี 2573


“ปัจจุบันเรายังไม่เห็นคู่แข่งโดยตรงในตลาด เพราะ MRDIYT มีสินค้าหลากหลายมากกว่า 16,000 SKU แม้บางรายการอาจคล้ายกับธุรกิจอื่น แต่ในเชิงโครงสร้างและขนาด เรายังไม่มีคู่แข่งโดยตรง บริษัทจะยังคงมุ่งหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย คุ้มค่า และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด” นายแอนดี้ กล่าว


ด้าน นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น MRDIYT กล่าวถึงประเด็นการขายหุ้นเดิมบนกระดานใหญ่ (Big Lot Board) โดย นายจอมพงษ์ มะลิพงษ์ จำนวนไม่เกิน 245 ล้านหุ้น หรือราว 4% ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายอื่นนั้น เป็นเพียงการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายใน ไม่กระทบต่อการซื้อขายในวันแรก เนื่องจากเป็นการขายในราคาไอพีโอ


“มีความเข้าใจผิดกันอยู่บ้างเกี่ยวกับดีล Big Lot ซึ่งในความจริงเป็นเพียงการโอนหุ้นระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นภายในเท่านั้น ไม่ได้มีการขายออกสู่ตลาด ดังนั้นจึงไม่มีผลต่อแรงขายในวันแรก ซึ่งทั้งหมดนี้มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนในหนังสือชี้ชวนแล้ว” นายพิเชษฐ กล่าว


นอกจากนี้ ยังมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาต่ำกว่าราคาไอพีโอเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนสำหรับนักลงทุนที่สนใจ อีกทั้งเชื่อว่าจะมีนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เข้ามาศึกษา และอาจใช้จังหวะนี้ในการเข้าสะสมหุ้น


นายกนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและตัวแทนจำหน่ายหุ้น กล่าวว่า MRDIYT เป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่มีศักยภาพสูง โดยราคาไอพีโอที่ 8.60 บาท ถือเป็นระดับที่เหมาะสมและน่าสนใจ นักลงทุนให้การตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่เชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของบริษัท จากแผนขยายสาขาที่ต่อเนื่องทั่วประเทศ


ทั้งนี้ นายกนต์ธีร์มองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย และมองว่าเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นเติบโตระยะยาว