MEDEZE หั่นเป้ารายได้ปี 68 เหลือ 750-770 ล้านบาท ผลกระทบเศรษฐกิจซบ-ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย แม้แต่ธุรกิจด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ผู้ให้บริการรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้ปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 750–770 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ราว 1,000 ล้านบาท
นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริษัท MEDEZE เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาส 4/68 บริษัทคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 3/68 ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร เนื่องจากไตรมาส 4 มักเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของบริษัท และไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับลดเป้ารายได้ปี 2568 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 750–770 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ราว 1,000 ล้านบาท จากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน ประกอบกับลูกค้ากัมพูชาซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มักจะขยายเซลล์ทันทีชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/68
โดยบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนายา ATMP (Advanced Therapy Medical Product) สำหรับ 5 โรคหลัก ได้แก่ ข้อเข่าเสื่อม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, หมอนรองกระดูกเสื่อม, ผิวหน้าเสื่อมตามวัย และการชะลอวัย โดยตั้งเป้าขึ้นทะเบียนยา 2 โรคแรกภายในปี 2569 ซึ่งปัจจุบันได้ส่งเอกสารให้คณะกรรมการพิจารณาแล้ว และคาดว่าจะเริ่มทดลองทางคลินิกปลายปี 2568 – ต้นปี 2569
นอกจากนี้บริษัทมีแผนร่วมทุนกับองค์การเภสัชกรรม (GPO) เพื่อผลิตน้ำยาเลี้ยงเซลล์มาตรฐาน GMP ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและสามารถสร้างรายได้จากการขายน้ำยาให้ลูกค้าแฟรนไชส์ได้ในอนาคต การร่วมทุนครั้งนี้ใช้เงินลงทุนรวม 105 ล้านบาท โดย GPO ถือหุ้น 40% และคาดว่าจะเริ่มผลิตจริงในปี 2571
ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าแผนขยายตลาดต่างประเทศผ่านโมเดลแฟรนไชส์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรโดยรวม เนื่องจากไม่มีต้นทุนจากการลงทุน โดยตั้งเป้าเปิดแฟรนไชส์ใหม่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 1 แห่ง เริ่มจากประเทศฟิลิปปินส์คาดเปิดในปี 2569 และ มองโกเลียเปิดในปี 2570
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2569 จะกลับสู่ระดับ 1,000 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของดีมานด์ และคาดว่าปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อบริษัทเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายยา ATMP เต็มรูปแบบ
