SPCG วิ่งฉิว 13% นิวไฮรอบ 1 ปี 5 เดือน รับรายได้ไตรมาส 3/68 โต 23% เล็งปันผล 1.50 บาท XD 28 พ.ย.นี้
SPCG วิ่งฉิว 13% นิวไฮรอบ 1 ปี 5 เดือน รับรายได้ไตรมาส 3/68 โต 23% เล็งจ่ายปันผล 1.50 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 28 พ.ย.นี้
วันนี้ (14 พ.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 9.55 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 13.02% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37.72 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.55 บาท เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.67
วันนี้ (14 พ.ย. 68) ราคาหุ้นของ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 9.55 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 13.02% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37.72 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.55 บาท เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.67
โดยคาดว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากการรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/68 ที่พลิกมีกำไรสุทธิ 1.58 พันลบ. จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิ 2.22 พันลบ.
ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 มีการเติบโตที่ดีจากปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 78.8 ล้านหน่วย ลดลง 5.3 ล้านหน่วยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และความสำเร็จของธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) สำหรับบ้านพักอาศัย สำนักงาน อาคารธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมและอื่น ๆ มีผลการดำเนินงานที่ดี
ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 449.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 72.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% และ 3% ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการแม้ว่าโครงการโซลาร์ฟาร์มทั้ง 36 โครงการ ได้สิ้นสุดระยะเวลาได้รับเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) แล้ว
ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2568 มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวม 268.3 ล้านหน่วย ส่งผลให้มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 1,372.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 305.5 ล้านบาท
ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายปี 2568 คาดว่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโครงการโซลาร์ฟาร์มของบริษัทฯ มีแนวโน้มผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังศึกษาโอกาสขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเติบโตในอนาคต
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 1,583,685,000 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 และจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยการจ่ายเงินปันผลครั้งนี้เพื่อตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โดยที่บริษัทยังคงรักษาระดับสภาพคล่องทางการเงิน และเงินทุนไว้สำหรับการลงทุนในอนาคตได้อย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจ และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
