ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้มาตรการ Quick Big Win หนุนไตรมาส 4/68 ตลาดที่อยู่อาศัยฟื้น คาดยอดโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง 13%
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยไทยปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากแรงหนุนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการ REIC ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 คาดจะปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยบวก ได้แก่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการค้าสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย รัฐบาลใหม่เข้าสู่รัฐสภาทำให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น อีกทั้งการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
โดยคาดปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 320,200 หน่วย ลดลงเพียง 0.7% จากปี 2568 และมีมูลค่าการโอน 866,200 ล้านบาท ลดลง 0.8% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่จะมีมูลค่า 547,533 ล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2568
ภาพรวมทั้งปี 2568 ยังติดลบแต่ดีกว่าคาดการณ์
สำหรับทั้งปี 2568 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศยังคงติดลบ แต่เป็นการติดลบที่ลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ โดยคาดมีการโอน 322,500 หน่วย ลดลง 7.3% จากปี 2567 มูลค่า 873,400 ล้านบาท ลดลง 10.9% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั่วประเทศปี 2568 คาดมีมูลค่า 551,092 ล้านบาท ลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่า 584,843 ล้านบาท
นายกมลภพมองว่า ไตรมาส 4/68 จะฟื้นตัวชัดเจน คาดมีการโอน 95,484 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.1% จากไตรมาส 3 มูลค่า 255,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% จากแรงหนุนของมาตรการ "Quick Big Win" ของรัฐบาล อาทิ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านมาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การเร่งรัดเบิกจ่ายภาครัฐและโครงการพลังงานสะอาด มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนผ่านการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) และการปรับโครงสร้างหนี้เสียภาคครัวเรือน รวมถึงมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs
ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3 ปี 2568 มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน มีการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 84,397 หน่วย เพิ่มขึ้น 9.1% มูลค่า 226,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากไตรมาส 2 โดยการฟื้นตัวมาจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท การผ่อนเกณฑ์ LTV อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำ และผู้ประกอบการปรับลดราคาให้ยืดหยุ่นตามกำลังซื้อ ส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบมีการโอน 57,581 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.7% มูลค่า 164,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% ส่วนอาคารชุดมีการโอน 26,816 หน่วย เพิ่มขึ้น 14.8% มูลค่า 62,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4%
โดยที่น่าสนใจคือ บ้านสร้างใหม่ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีอัตราการโอนพุ่งสูง 37% ขณะที่บ้านมือสองช่วงราคา 5.01-7.50 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.1% สินเชื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3 มีมูลค่า 146,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากไตรมาส 2
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดีขึ้นแต่เศรษฐกิจโดยรวมยังชะลอตัว โดยสภาพัฒน์คสดการณ์ GDP ปี 2568 ขยายตัว 2% ชะลอจาก 2.5% ในปี 2567 ส่วนปี 2569 คาดเติบโต 1.7% ต่ำกว่าปี 2568 จากความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงทางการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 7 เดือน สะท้อนการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ไม่สูง ยอดขายใหม่และการก่อสร้างชะลอตัว จำนวนหน่วยเหลือขายเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการจึงลดจำนวนโครงการใหม่หรือชะลอโครงการออกไป
