7 ธีมหุ้นเด่นเน้นเก็งกำไร ขานรับนโยบายพรรคภูมิใจไทย
หลังการเลือกตั้งประจำปี 2569 เริ่มมีความชัดเจน จนนำมาซึ่งปรากฏการณ์ที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงจนทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,400 จุด ทำให้เริ่มเกิดคำถามว่าจะสามารถไปต่อที่ระดับ 1,430 จุด ได้หรือไม่? และมีหุ้นในกลุ่มไหนบ้างที่ยังมีมูลค่าไม่สูงมากและมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุ สำหรับประเด็นคำถามที่ว่าดัชนี SET มีโอกาสขึ้นทะลุระดับ 1,430 จุด ได้อีกหรือไม่ มองว่าในกรณีนั้นจะถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ดัชนี SET จะกลับขึ้นไปเทรดในระดับ Premium จากกรณีฐานของ บล.ทรีนีตี้ ในวิธี PE Model ซึ่งหากจะเกิดขึ้น มองว่าภาพเศรษฐกิจไทยตอนนั้นจะต้องมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนจริง ๆ จนนำมาสู่แนวโน้มความเป็นได้ที่ Earnings ของบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาถูกปรับขึ้นได้อีกครั้ง
หากเป็นเช่นนั้น ระดับดัชนี SET ที่มองว่ายืดได้สูงสุดของปีนี้จะอยู่ที่ 1,490 จุด ซึ่งเทียบเคียงกับกรณีดีที่สุด (Blue-sky) ตามวิธี PE Model ของเราที่อิงอยู่กับตัวคูณ Forward PE ที่ 15.4x ซึ่งตัวเลข 15.4x นี้ยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ย Forward PE ของ SET ในช่วง 7 ปีหลังสุดอีกด้วย
ส่วนในเชิงกลยุทธ์ หากดัชนี SET ยังไม่ได้ปรับขึ้นไปที่ระดับแนวต้านถัดไปที่ 1,430 จุด แนะนำเก็งกำไรไปยังตัวหุ้นที่คาดว่าจะได้ Sentiment เชิงบวกจากแนวนโยบายหาเสียงหลักของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหากไม่นับกลุ่มธนาคารและหุ้น GULF จะพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่ยังคงซื้อขายด้วย Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ดังนี้
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุ สำหรับประเด็นคำถามที่ว่าดัชนี SET มีโอกาสขึ้นทะลุระดับ 1,430 จุด ได้อีกหรือไม่ มองว่าในกรณีนั้นจะถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ดัชนี SET จะกลับขึ้นไปเทรดในระดับ Premium จากกรณีฐานของ บล.ทรีนีตี้ ในวิธี PE Model ซึ่งหากจะเกิดขึ้น มองว่าภาพเศรษฐกิจไทยตอนนั้นจะต้องมีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนจริง ๆ จนนำมาสู่แนวโน้มความเป็นได้ที่ Earnings ของบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาถูกปรับขึ้นได้อีกครั้ง
หากเป็นเช่นนั้น ระดับดัชนี SET ที่มองว่ายืดได้สูงสุดของปีนี้จะอยู่ที่ 1,490 จุด ซึ่งเทียบเคียงกับกรณีดีที่สุด (Blue-sky) ตามวิธี PE Model ของเราที่อิงอยู่กับตัวคูณ Forward PE ที่ 15.4x ซึ่งตัวเลข 15.4x นี้ยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ย Forward PE ของ SET ในช่วง 7 ปีหลังสุดอีกด้วย
ส่วนในเชิงกลยุทธ์ หากดัชนี SET ยังไม่ได้ปรับขึ้นไปที่ระดับแนวต้านถัดไปที่ 1,430 จุด แนะนำเก็งกำไรไปยังตัวหุ้นที่คาดว่าจะได้ Sentiment เชิงบวกจากแนวนโยบายหาเสียงหลักของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหากไม่นับกลุ่มธนาคารและหุ้น GULF จะพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่ยังคงซื้อขายด้วย Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ดังนี้
1. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งพลัส เช่น CPAXT, BJC
2. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการบัตรสวัสดิการ และการแก้หนี้ เช่น SAWAD, MTC, TIDLOR, AEONTS, GLOBAL, DOHOME
3. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว การจัดมหกรรม Festival ต่าง ๆ เช่น AOT, AAV, BA, ERW, CENTEL, AWC
4. กลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากความคาดหวังที่เศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพอีกครั้ง เช่น KTB, SCB, KBANK
5. กลุ่มพลังงานทางเลือกที่ได้ประโยชน์จากนโยบายหลังคาโซลาร์ อาทิ GULF, GUNKUL, BCPG
6. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมบนความคาดหวังการลงทุนทางตรง (FDI) ที่สูงขึ้น ได้แก่ AMATA, WHA
7. กลุ่มหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ เช่น STECON, STPI, PTG เป็นต้น

Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 37 นาทีที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
