Official Update :

SMO เดินหน้าทุบสถิติต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 10% รับกำลังผลิตสาขาพนมแตะ 150 ตัน/ชม. ชูนโยบายปันผลสูง 50% หวังตอบแทนผู้ถือหุ้น

กลุ่มสมอทอง (SMO) ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กางแผนปี 2569 มุ่งสู่ "All Time High" ขยายกำลังการผลิตแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมชูนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50%


นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยวางเป้าหมายให้เป็นปีแห่ง “All Time High” ในรอบ 15 ปี


ทั้งนี้ คาดการณ์รายได้จะเติบโตแตะระดับ 10,000 - 12,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ทำได้ประมาณ 9,936.28 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตราว 10% โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายกำลังการผลิตที่สาขาพนม จากเดิม 75 ตันต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันต่อชั่วโมง และเมื่อรวมกำลังการผลิตทั้ง 5 โรงงานในกลุ่ม จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 395 ตันต่อชั่วโมง


สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันได้ดำเนินการซื้อที่ดินและทำประชาคมในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในช่วงปลายปี 2570 หรือต้นปี 2571 เพื่อรองรับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในแถบภาคใต้ตอนล่าง ในด้านการตลาดกลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินเดียที่มีความต้องการน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) สูงกว่า 20 ล้านตันต่อปี รวมถึงการศึกษาตลาดในประเทศจีนเพิ่มเติม


ในแง่ของการสร้างมูลค่าเพิ่ม บริษัทมีแนวทาง "Make Waste to the Best Value" โดยการนำผลพลอยได้ เช่น ใยปาล์ม ไปผลิตพลังงาน และนำน้ำเสียไปผลิตแก๊สเพื่อทำเป็นพลังงานทางเลือกทดแทนดีเซลและ LPG ซึ่งจะช่วยสร้าง New S-curve ให้กับธุรกิจในอนาคต


ขณะเดียวกันยังมีแผนการสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์มด้วยตัวเองที่โรงงาน เพื่อส่งออกน้ำมัน CPO และขายกากเมล็ดในเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จในมาเลเซียและอินโดนีเซีย


ทางด้านนโยบายการเงินและการตอบแทนผู้ถือหุ้น บริษัทยังคงรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยจะจ่ายไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ ดังเช่นในปีที่ผ่านมาที่บริษัทมีการจ่ายปันผลไปถึง 3 ครั้ง รวม 60 สตางค์ ซึ่งถือว่าสูงกว่านโยบายที่ตั้งไว้ค่อนข้างมาก


สำหรับการจ่ายเงินปันผลล่าสุดจำนวน 20 สตางค์ นั้น แบ่งเป็นส่วนที่ได้สิทธิประโยชน์จาก BOI ประมาณ 11 สตางค์ ซึ่งผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินเต็มจำนวนโดยไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และอีก 9 สตางค์เป็นการจ่ายจากกำไรส่วน Non-BOI


ทั้งนี้ ในช่วงสิ้นปีบริษัทจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานและสภาพคล่องอีกครั้ง หากมีความสามารถในการจ่ายเพิ่มเติมเกินกว่านโยบายที่กำหนดไว้ ก็พร้อมที่จะพิจารณาเพื่อคืนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม