Official Update :

เช็กลิสต์หุ้น “ได้–เสีย” หลังตะวันออกกลางปะทุ ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 10 เดือน ชี้ 7 กลุ่มกระทบ-มีเพียงกลุ่มเดียวได้ประโยชน์

แรงปะทะทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางรอบนี้กำลังยกระดับจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศสู่ตัวแปรกำหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ราคาพลังงานที่ดีดตัวขึ้นรวดเร็วไม่ใช่เพียงภาพสะท้อนความกังวลด้านอุปทาน หากแต่เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงปรับสมดุลครั้งใหม่ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลให้มีทั้งกลุ่มที่ได้ประโยชน์และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ


โดยความพยายามในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่านเริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการร่วม Epic Fury/Roaring Lion โดยการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธต่อเป้าหมายภายในอิหร่าน ซึ่งเป็นการยกระดับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.68


ทั้งนี้ การโจมตีรอบนี้ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและผู้นำระดับสูงหลายคนเสียชีวิต รวมถึงผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) อดีตประธานาธิบดี และเสนาธิการทหารบก


อิหร่านตอบโต้ไปหลายประเทศ; ความเสี่ยงที่ช่องแคบ Hormuz จะถูกปิดสูงขึ้น เพื่อเป็นการตอบโต้การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล กองกำลังกองพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางและโดรนจำนวนมากใส่อิสราเอล นอกจากนี้ อิหร่านยังยิงขีปนาวุธไปยังฐานทัพและจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง


แม้ปัจจุบันอิหร่านประกาศว่าไม่มีความตั้งใจที่จะปิด Strait of Hormuz ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีปริมาณน้ำมันดิบและ LNG ประมาณ 20% ของการค้าทางทะเลโลกไหลผ่านทุกวัน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 มีรายงานว่าเรือขนส่ง 3 ลำถูกโจมตีนอกชายฝั่งใกล้กับ Strait of Hormuz ทำให้เรือแทงเกอร์มากกว่า 150 ลำ ทั้งน้ำมันและ LNG ทอดสมอในน่านน้ำเปิดของอ่าวเปอร์เซียเลย Strait of Hormuz ไป


ราคาพลังงานสูงขึ้นที่สุดในรอบ 10 เดือน โดยช่วงเช้าวันจันทร์ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในช่วง USD 78.0–80.0 ต่อบาร์เรล จาก USD 72.5 ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ที่ผ่านมา (Source: Aljazeera, Reuters, Bloomberg, CNN)


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ มองเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น โดยคาดว่าราคาพลังงานต้นน้ำที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น


กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น

คาดว่า PTTEP จะได้ประโยชน์จากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (Liquid ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่โรงกลั่นมีโอกาสได้แรงหนุนจากกำไรสต๊อก (Stock gain) ที่เพิ่มขึ้น และอาจรวมถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับราคาน้ำมันดิบ (Crack spread) ที่ดีขึ้น
แนะนำ PTTEP (ถือ/เป้า 120.00 บาท), BCP (ซื้อ/เป้า 40.00 บาท), TOP (ถือ/เป้า 50.00 บาท) และ SPRC (ถือ/เป้า 7.50 บาท)


สำหรับ Sector/หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า สายการบิน ท่องเที่ยว ปิโตรเคมี ค้าปลีกน้ำมัน กลุ่มส่งออก และรับเหมาก่อสร้าง


กลุ่มโรงไฟฟ้า

มีโอกาสที่ราคาก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น แต่ค่า Ft อาจไม่สามารถปรับสะท้อนต้นทุนได้จากความพยายามควบคุมค่าไฟฟ้าของภาครัฐ เป็นลบต่อโรงไฟฟ้า SPP โดยเรียงลำดับผลกระทบมากไปน้อยคือ GPSC, BGRIM, GULF


กลุ่มสายการบิน

ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลัก คิดเป็นประมาณ 30%–40% ของรายได้รวม และอาจกระทบจำนวนผู้โดยสาร หุ้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ THAI, BA, AAV


กลุ่มท่องเที่ยว

มีความเสี่ยงจากจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปลดลง โดยปี 2025 มีสัดส่วน 2.3% และ 25% ของนักท่องเที่ยวรวมตามลำดับ หุ้นที่ได้รับ Negative sentiment ได้แก่ CENTEL (ซื้อ/เป้า 42.00 บาท) มีโรงแรมที่ดูไบ สัดส่วนกำไรราว 10%, MINT (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้โรงแรมยุโรปราว 60%, ERW (ซื้อ/เป้า 3.80 บาท) และ SHR (ซื้อ/เป้า 2.60 บาท) มีสัดส่วนนักท่องเที่ยว Middle East ราว 7%–8% ของรายได้ห้องพัก


กลุ่มปิโตรเคมี

ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ (Feedstock) ที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาขายยังถูกกดดันจากแนวโน้มอุปสงค์อ่อนแอ แนะนำ SCC (ขาย/เป้า 165.00 บาท), PTTGC (ถือ/เป้า 25.00 บาท) และ IVL (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท)


กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน

ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันค่าการตลาด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบเชิงลบอาจลดทอนจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่แข็งแกร่งขึ้น หุ้นที่ได้รับ Negative sentiment ได้แก่ OR (ซื้อ/เป้า 18.00 บาท) และ PTG (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท)


กลุ่มส่งออก

ได้รับผลกระทบจากการส่งออกไปตะวันออกกลาง และต้นทุนค่าขนส่งที่อาจสูงขึ้น โดย SAPPE (ถือ/เป้า 32.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้ Middle East & Others ราว 10% รองลงมา AAI (ถือ/เป้า 4.50 บาท) มีสัดส่วนรายได้ตะวันออกกลางราว 7% ขณะที่ TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท) และ ITC (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) อาจได้รับ Negative sentiment


กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

ได้รับผลกระทบจากแนวโน้มราคาน้ำมันสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1%–2% ของต้นทุนรวม

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us