Official Update :

“สิงห์ เอสเตท” ประกาศแผนปี 69 ลุ้นผลงานพลิกเทิร์นอะราว รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้น-ขายที่ดินนิคมฯ เล็งปิดดีล Data Center จีน 200 ไร่ มูลค่า 1 พันลบ.

“สิงห์ เอสเตท” กางแผนปี 2569 หวังพลิกผลประกอบการเป็นบวก หลังธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวตามท่องเที่ยว เผยแผนขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมให้กลุ่ม Data Center จีนราว 200 ไร่ มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท


พร้อมตั้งเป้ารายได้รวม 14,000 ล้านบาท รักษาฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำกว่า 70% ของพอร์ต หนุนการเติบโตระยะยาว


นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าผลการดำเนินงานปี 2569 พลิกเป็นบวก (Turnaround) จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 1,365.88 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการขายที่ดินในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมให้กับกลุ่ม Data Center จากจีน ราว 200 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ บริษัทจะรักษากำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Net Profit) ให้อยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 531 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง


นอกจากนี้บริษัทยังวางเป้าหมาวรายได้รวมจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 14,000 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่มีรายได้รวม 14,212.34 ล้านบาท แม้จะมีการจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรออกไปปลายปี 2568 เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมหายไปประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี


สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้จะอยู่ภายใต้แนวคิด “STRONG FOUNDATION, SCALING THE FUTURE” โดยดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. STRENGTHEN THE PROFIT ENGINE มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานกำไรจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ซึ่งสร้างรายได้รวมกันราว 70% ของพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) อื่นๆ เช่น โรงแรมในประเทศมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับราคาค่าห้องพักและเสริมฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ประจำให้บริษัทต่อไป


ขณะเดียวกันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า ในปีนี้บริษัทมุ่งทั้งการขยายฐานผู้เช่ารายใหม่ควบคู่กับการรักษาผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง โดยอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และเอส เมโทร มีอัตราการเช่าสูงกว่า 90% ส่วนอาคารเอส โอเอซิส มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 56% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในสิ้นปี 2569


นอกจากฐานกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจรายได้ประจำของบริษัทแล้ว หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะสร้างการเติบโตของกำไรในปี 2569 ให้เติบโตขึ้นแบบมีนัยสำคัญคือการขายที่ดินของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้น “ลูกค้าเชิงคุณภาพ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Centres ซึ่งเติบโตตามความต้องการคลาวด์ AI และบริการดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายพื้นที่กว่า 200-400 ไร่ เพื่อดึงดูดผู้พัฒนา Data Centre ระดับโลก และต่อยอดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศ ซึ่งนอกจากผลดีของการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว บริษัทยังสามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้กว่าเท่าตัว เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานกำไรจากรายได้ประจำขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย


สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย ในปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายจะมีรายได้ที่ 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 2,100 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีสินค้าคงเหลือขายรวมมูลค่า 14,000 ล้านบาท จาก 9 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการร่วมทุนทั้งหมด ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมในทำเลกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 โครงการ และโครงการ Branded Residences (โครงการที่อยู่อาศัยหรูที่ร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำในการให้บริการ) มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท จำนวน 1 โครงการ


2. SCALING THROUGH PARTNERSHIPS บริษัทมุ่งขยายการเติบโตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละธุรกิจ สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่การเติบโตของเศรษฐกิจมีจำกัด การพัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นคุณภาพ เข้าถึงความต้องการของลูกค้า


และ 3. STRONG FUNDING CAPABILITY บริษัทมุ่งรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินควบคู่กับการสร้างวินัยทางการเงิน โดยบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมระดับหนี้สินและรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ทั้งนี้ บริษัทคงสัดส่วนแหล่งเงินทุนระหว่างสินเชื่อจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และหุ้นกู้ 30% เพื่อสร้างสมดุลด้านต้นทุนทางการเงินและความยืดหยุ่นในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืม ความสามารถในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ระดับ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อปี และเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกว่า 20,000 ล้านบาท


“สถานการณ์เศรษฐกิจและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำมากขึ้น แต่สำหรับสิงห์ เอสเตท มีรากฐานแข็งแกร่งในธุรกิจรายได้ประจำอยู่แล้ว จากธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานเช่าและค้าปลีก ดังนั้นการสร้างรากฐานกำไรให้แข็งแกร่งในธุรกิจนี้ จึงเปรียบเสมือนกันชนให้บริษัทพร้อมรับสภาวการณ์ต่างๆ” นายชัยรัตน์ กล่าว
Most Viewed
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
12 หุ้นเด่นเกาะกระแส Thailand Focus 2026 สถิติย้อนหลังชี้ SET ตอบรับบวก โบรกฯ แนะเป็นจังหวะ “เก็งกำไร”
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
D โชว์ผลงาน ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้ 554 ลบ. ธุรกิจทันตกรรมแข็งแกร่ง ลูกค้าต่างชาติเติบโตสูงเชื่อมั่นมาตฐานระดับสากล
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ธนจิรา กรุ๊ป ส่งสัญญาณฟื้นตัว ครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 983.8 ลบ. เติบโต 9.0% กำไรสุทธิ 35.3 ลบ. เพิ่มขึ้น 26.9%
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus” ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us