Official Update :

AURA ผนึกดิสนีย์เจาะ Gen Z ปั๊มยอดขายคอลพิเศษ 100 ลบ. ลุยขยายสาขาเพิ่มเป็น 829 แห่ง โชว์สินทรัพย์ 2 หมื่นลบ. ครอบคลุมหนี้

AURA ผู้นำตลาดทองคำที่ไม่ได้หยุดแค่การขายทองแบบดั้งเดิม แต่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการจับมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Disney เปิดตัวคอลเลกชัน "Mickey & Friends" เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ทองคำให้เป็นของขวัญที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่


พร้อมสยบข้อสงสัยเรื่องความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยสินทรัพย์ทองคำในมือมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมหนี้สินทั้งหมด เดินหน้าปักหมุดขยายอาณาจักรให้ครบ 829 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2569 ปั้นบริการ "ทองมาเงินไป" ให้เติบโตสู่ระดับหมื่นล้าน เพื่อรองรับดีมานด์ในช่วงทองขาขึ้นที่นักวิเคราะห์โลกมองว่ามีโอกาสพุ่งแตะบาทละแสน


นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% จากปีก่อน โดยปัจจัยหนุนจะมาจากการขยายสาขาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 200 แห่ง ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีสาขารวมทั้ง 829 แห่งทั่วประเทศ


ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตตามเป้าหมาย AURA ได้จับมือ บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ ทองแผ่นและการ์ดลายดิสนีย์รุ่นพิเศษ Mickey & Friends รวม 10 ลาย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ “แบรนด์ของขวัญทองคำอันดับหนึ่ง”


โดยมุ่งเจาะกลุ่ม Gen Z และ First Jobber ช่วงอายุ 25-35 ปี ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผ่านกลยุทธ์ทองคำน้ำหนักน้อยขนาด 0.1 - 0.2 กรัม ในราคาที่จับต้องได้และไม่มีค่าพรีเมียมเพิ่ม เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงการสะสมทองคำได้ง่ายขึ้น โดยตั้งเป้ายอดขายจากโปรเจกต์นี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และทุ่มงบการตลาดกว่า 10 ล้านบาท


สำหรับมุมมองราคาทองคำโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JP Morgan ว่ามีโอกาสพุ่งแตะ 100,000 บาทต่อบาททองคำ (หรือ 6,000 เหรียญสหรัฐฯ) จากปัจจัยความไม่สงบในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้คนหันมาสะสมทองคำเพิ่มขึ้น โดยออโรร่ายังคงรักษามาตรฐานทองคำไทย 96.5% เพื่อคงคุณค่าความประณีตตามวัฒนธรรมเครื่องประดับไทยสืบไป


ในส่วนของบริการขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ "ทองมาเงินไป" ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดลูกหนี้พุ่งแตะ 12,000 ล้านบาท จากจุดแข็งที่มีอัตราการไถ่ถอนคืนสูงถึง 99% และการคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นรายวันเพื่อลดภาระลูกค้า ซึ่งบริการนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากยอด 400 ล้านบาท สู่ 8,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 8 ปี และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในตลาดที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อปิดเทอมและเปิดเทอมที่ลูกค้ามักมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดฉุกเฉิน


สำหรับประเด็นด้านงบการเงินที่เคยมีการกล่าวถึงในโลกออกไลน์ก่อนหน้านี้ นายอนิพัทย์ ชี้แจงว่า สภาวะกระแสเงินสดที่ปรากฏติดลบนั้น เป็นผลมาจากการเร่งขยายพอร์ตสินเชื่อทองมาเงินไป และการเปิดสาขาใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันความมั่นคงด้วยมูลค่าสินทรัพย์ทองคำหน้าร้านรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมภาระหนี้สินรวมทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 14,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีสินทรัพย์ส่วนเกินสูงถึง 6,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ ในกรณีเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือการปล้นร้านทอง บริษัทฯ มีกรมธรรม์ประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหายครอบคลุมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าสถานะทางการเงินจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว