Official Update :

ไม่ใช่ความบ้าคลั่งแต่ “ถอยไม่ได้” วิเคราะห์คำขู่ของ Donald Trump ผ่าน Game Theory

ในช่วงที่ผ่านมา คำขู่ของ Donald Trump ที่จะทำลายล้างอิหร่าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยหลายคนมองว่าทำเกินกว่าเหตุ บางคนมองว่าเป็นความบ้าบิ่น บางคนมองว่าเป็นการปั่นของตัว Trump เอง


แต่ถ้าลองวิเคราะห์ในมุมมองของทฤษฎีเกม หรือ Game Theory โดยเฉพาะในเกมที่เรียกว่า Game of Chicken เราอาจจะได้เห็นว่า การกระทำของ Trump อาจไม่ใช่แค่ความบ้าบิ่น แต่มีเหตุที่ทำให้ถอยไม่ได้


ทำความเข้าใจ
Game of Chicken

Game of Chicken เป็นสถานการณ์ที่ผู้เล่นสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน โดยต่างฝ่ายต่างมีทางเลือกหลักสองทาง คือ “ถอย” หรือ “ไม่ถอย”


ให้นึกภาพเหมือนมีรถสองคันขับพุ่งเข้าหากัน หากฝ่ายหนึ่งหักหลบ แต่อีกฝ่ายไม่หลบ ฝ่ายที่หลบจะกลายเป็นไก่ใจเสาะ (chicken) และเป็นผู้แพ้ในเกมนั้น


และหากไม่มีใครหลบ ทั้งสองจะชนกันอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับทั้งคู่


แต่หากทั้งสองฝ่ายหลบพร้อมกัน ทั้งคู่อาจเสียหน้า แต่ก็จะเลี่ยงผลลัพธ์ที่เลวร้าย คือ การชนประสานงา ได้


การกระทำของผู้เล่นและผลลัพธ์ของเกม ขึ้นอยู่กับต้นทุน-ประโยชน์จากการชนะ และการกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ได้

หากมองให้ลึกขึ้น Game of Chicken มีหลักการสำคัญอยู่สองอย่าง


1.ต้นทุนและผลตอบแทนของแต่ละทางเลือกไม่เท่ากัน

ในโลกความเป็นจริง เราไม่ได้มีเพียง ชนะ-แพ้-เสมอ เพราะผลลัพธ์ต่างๆ ก็มีต้นทุน หรือ สิ่งที่ต้องเสีย ไม่เหมือนกันสำหรับผู้เล่นแต่ละคน 


ตัวอย่างเช่น การถอยของทั้งสองฝ่ายก็อาจทำให้เสียภาพลักษณ์ แต่ความเสียหายอาจจะน้อยกว่าการชนกันตรงๆ


และแม้แต่ชัยชนะเอง ก็ไม่ได้ไร้ต้นทุน เพราะอาจต้องแลกด้วยทรัพยากร, ความเสี่ยง, หรือแรงกดดันในระยะยาว


ดังนั้น การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เลือกที่จะเสี่ยงพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้าม (เพราะหวังชัยชนะ) แม้รู้ว่ามีโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามจะไม่ถอยและชนกันอย่างรุนแรง ก็แปลว่าต้นทุนการแพ้ของฝ่ายนั้นแพงกว่ามาก


ในทางกลับกัน การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเลือกถอยก่อน ก็แปลว่าต้นทุนของการยอมแพ้นั้นไม่สูงมากเท่าต้นทุนของการสู้ต่อให้ชนะ หรือต้นทุนจากการชนกัน


ดังนั้น การตัดสินใจในเกมนี้จึงไม่ใช่แค่การพยามเอาชนะ แต่เป็นการเลือกผลลัพธ์ที่มีต้นทุนรวมต่ำที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่


2.หัวใจของเกมคือ ถ้าอยากชนะ ต้องทำให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเขาควรถอยก่อน

อีกหนึ่งหลักการที่สำคัญที่สุดของ Game of Chicken คือ ถ้าประเมินแล้วว่าต้องชนะ ผู้เล่นต้องพยายามทำให้คู่แข่งเชื่อว่าการยอมถอยก่อนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา


เพราะถ้าอีกฝ่ายมองว่าเราไม่ถอยแน่ๆ แล้วถ้าเขาไม่ยอมถอยด้วย ก็อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าสำหรับเขา เขาก็อาจจะเลือกถอยเอง


ดังนั้น การแสดงท่าทีดุเดือด หรือการยกระดับความตึงเครียด ก็เป็นเครื่องมือแบบหนึ่งในการกดดันให้อีกฝ่ายยอมถอยก่อนเอง


ในทางทฤษฎี สิ่งนี้เรียกว่า Brinkmanship หรือการผลักสถานการณ์เข้าใกล้จุดวิกฤต เพื่อบีบให้เกิดการตัดสินใจ


วิเคราะห์สถานการณ์สหรัฐฯ : เมื่อ
การถอยของสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงกว่า

คำถามสำคัญคือ แล้วทำไมสหรัฐฯ ถึงดูเหมือนว่าจะถอยไม่ได้? คำตอบอาจอยู่ที่โครงสร้างของต้นทุน


สำหรับสหรัฐฯ การถอยไม่ได้หมายถึงการแพ้ในเกมเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบระยะยาว เช่น

  • ความน่าเชื่อถือในการใช้อำนาจลดลง

  • อำนาจต่อรองในเวทีโลกลดลง

  • มีโอกาสที่คู่แข่งจะทดสอบขีดจำกัดสหรัฐฯ ในอนาคต

  • ความเสี่ยงต่อการสูญเสียอิทธิพลในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

  • การเปิดโอกาสให้อิหร่าน มีเครื่องมือกดดันประเทศอื่นๆ ในอนาคต ผ่านการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ


นี่ทำให้
การแพ้สำหรับสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงมาก (ซึ่งอาจสูงกว่าความเสี่ยงจากการชนกันตรงๆ ด้วยซ้ำ) ในขณะที่ฝั่งอิหร่าน ดูจะมีต้นทุนการแพ้โดยรวมที่ต่ำกว่า (แม้จะมีความเสี่ยงเหมือนกัน)


เมื่อมองผ่านมุมมองทฤษฎีเกม คำขู่ของ Trump อาจไม่ใช่การเบ่งใส่อิหร่านอย่างเดียว แต่เป็นการสื่อสารว่าสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือกให้ถอย


การส่งสัญญาณแบบนี้ ก็เพื่อทำให้อีกฝ่ายประเมินต้นทุนใหม่ และมองว่าการยอมถอยก่อนเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสหรัฐฯ เห็นว่าอิหร่านยังมีช่องให้ถอยได้อยู่ (ต้นทุนจากการแพ้ต่ำกว่าสหรัฐฯ)


แล้วการ “ไม่ถอย” เป็นสิ่งที่จำเป็นขนาดนั้นจริงไหม?

แม้การไม่ถอยจะดูมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ แต่คนที่เล่นเกมนี้มักจะรู้ดีว่า ถ้าไม่มีใครถอยและเกิดการชนกันอย่างรุนแรง (เช่นการเกิดสงครามเต็มรูปแบบ) นั้นน่ากลัวยิ่งกว่า แถมทุกฝ่ายแพ้หมด


นี่คือความย้อนแย้งของเกมนี้ เพราะสิ่งที่ดูสมเหตุสมผลในเชิงกลยุทธ์ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไร้เหตุผลมากที่สุด


และนี่อาจเป็นเหตุผลที่เรามักจะเห็นสหรัฐฯ ยอมปรานีปรานอมก่อนถึงจุดวิกฤติอยู่บ่อยๆ ก่อนจะกลับไปกดดันอิหร่านใหม่อีกครั้ง


กลายเป็นความสัมพันธ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะยอมแพ้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้ต้องถึงจุดที่เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเช่นกัน 


สรุป

คำขู่ที่รุนแรงในเวทีโลก อาจไม่ได้ไร้เหตุผลเสมอไป


เพราะในกรอบของ Game of Chicken มันสามารถเป็นเครื่องมือเพื่อป้องกันการพ่ายแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการพ่ายแพ้มีต้นทุนสูง


แต่ในโลกความเป็นจริง ความอันตรายที่สุดของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่การแพ้อีกฝ่าย แต่คือเมื่อไม่มีใครสามารถถอยได้ จนเกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้ทุกฝ่ายแพ้ยับเยิน