TU เด้งเกือบ 5% หลังประกาศงบ Q2/69 มาร์จิ้นนิวไฮ-ปันผล 0.40 บ. สูงสุดรอบ 4 ปี พร้อมอัปเป้ายอดขาย-อัตรากำไรขั้นต้นปี 69

เปิดตลาดภาคบ่ายราคาหุ้นของ TU หรือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ล่าสุดอยู่ที่ 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ +4.92%


หลังประกาศผลประกาศไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 1,264 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนให้ครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 ส.ค. นี้ และจ่ายปันผลในวันที่ 28 ส.ค. 69


ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาส 2/69 อัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ของบริษัท


ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40 บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างกาลที่ 3.4% กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 0.33 บาทต่อหุ้น


ส่วนอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.15 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย และฐานะทางการเงินที่มั่นคง


ขณะเดียวกันยอดขายในไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 33,845 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 สะท้อนความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า


อัตรากำไรขั้นต้นซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เอื้ออำนวย การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 7,238 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 2,150 ล้านบาท


สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายเป็น 4-6% (จากเดิม 3–4%) และอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.520.5% (จากเดิม 19-20%) พร้อมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน (CAPEX) ลงมาอยู่ที่ 5,000 – 5,500 ล้านบาท (จากเดิม 5,500–6,000 พันล้านบาท)


ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ไว้ที่ 13.5–14.5% และคงอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% การปรับเพิ่มประมาณการครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น โดยการเติบโตของยอดขายได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปและกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง


ในส่วนอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปและกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงเฉลี่ยที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกและการแปลงค่างบการเงินของกิจการในต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท

Most Viewed
Fun of Funds
“สิงหา-ปีมะเมีย” กระจายลงทุนสู่ 2 ธีมเด่น... "หุ้นจีน" & "Healthcare" คว้าโอกาสโต “ฝ่าตลาดผันผวน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
PROSPECT รุกหนัก EEC ลงทุนครั้งที่ 5 มูลค่า 5,040 ลบ. เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์ 9-23 ก.ย. 69 ดันพอร์ตทรัพย์สินแตะ 1.5 หมื่นลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ไปรษณีย์ไทยพลิกกำไร โชว์เงินสดเกือบ 6 พันลบ. กางยุทธศาสตร์ RelationSHIFT ยกระดับองค์กรสู่ Lifestyle Network
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่ง ปรับเกณฑ์ตลาด LiVEx เปิดทางผู้ถือหุ้นเดิมขาย IPO เพิ่มโอกาสระดมทุนธุรกิจ SME
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us