Official Update :

TIPAK เคาะ IPO 1.85 บ. เปิดจอง 25, 28–29 ก.ย.นี้ ระดมทุนพัฒนาเครื่องจักร-เสริมเงินทุนหมุนเวียน ชูนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

TIPAK เคาะราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 1.85 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 25, 28 และ 29 ก.ย. 2569 เตรียมนำเงินระดมทุนพัฒนาเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมเสริมเงินทุนหมุนเวียนและปรับโครงสร้างทางการเงิน รองรับการเติบโตในอนาคต ชูนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ


คุณวีรวีชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กระดาษคราฟต์และกล่องกระดาษลูกฟูกรายใหญ่ของประเทศไทย โดยมียอดขายแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มากกว่า 50 ปี และมีฐานลูกค้าครอบคลุมกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ โลจิสติกส์ อีคอมเมิร์ซ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม


บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “Solutions Unfold ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า” มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการบรรจุภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจร (Total Solution Provider) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value) มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของลูกค้าแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ผ่านการร่วมวางแผนและออกแบบบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นพัฒนาสินค้า เพื่อปกป้องสินค้าให้ปลอดภัยถึงปลายทางภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม


ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง โดยกำหนดสัดส่วนยอดขายจากลูกค้ารายใดรายหนึ่งไม่เกิน 5% ของยอดขายรวม รวมถึงกระจายสัดส่วนยอดขายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมไม่ให้เกิน 5% เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจระยะยาว


สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมกล่องกระดาษลูกฟูก แม้ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของเศรษฐกิจและอีคอมเมิร์ซ โดยปริมาณการผลิตในเชิงน้ำหนักยังคงเติบโต ขณะที่ราคาขายต่อหน่วยอาจผันผวนตามวัฏจักรราคากระดาษและการแข่งขันในภูมิภาค


ทั้งนี้ จากกระแสความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ คาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในปี 2569–2570 จะขยายตัว 1.5% และ 2.9% ตามลำดับ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากตลาดในประเทศที่คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง


ด้านผลการดำเนินงาน หลังจากชะลอตัวลงในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ตามภาวะเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจุบันบริษัทประเมินว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น โดยกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกเริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางอุตสาหกรรมกระดาษ


ขณะที่ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2566–2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,830.94 ล้านบาท 2,741.01 ล้านบาท และ 2,542.90 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 191.93 ล้านบาท 170.21 ล้านบาท และ 121.18 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้หลักมาจากกล่องกระดาษลูกฟูกกว่า 60% ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม


สำหรับกำลังการผลิต ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตันต่อปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี


ทั้งนี้ TIPAK เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 143,683,270 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 26.03% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย ในราคา 1.85 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดเปิดจองซื้อวันที่ 25, 28 และ 29 กันยายน 2569 และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในเดือนตุลาคมนี้


สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุน บริษัทเตรียมนำเงินไปลงทุนปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมถึงยกระดับเทคโนโลยีการผลิตและระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความสูญเสีย และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนชำระเงินกู้กับสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ


โดยบริษัทวางแผนลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงงานจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดปราจีนบุรี ครอบคลุม 3 โครงการหลัก ได้แก่ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ การพัฒนานวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ลดความสูญเสีย และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์


ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างทางการเงินภายหลังการระดมทุน คาดว่าจะช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจากระดับประมาณ 1 เท่า เหลือต่ำกว่า 1 เท่า โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานองค์กรและสร้างความน่าเชื่อถือ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและการเติบโตอย่างยั่งยืน


ในส่วนของการกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO บริษัทอ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10 เท่า พร้อมกำหนดส่วนลดสำหรับนักลงทุนใหม่ประมาณ 22% โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดราคาที่เป็นมิตรต่อนักลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจและมุ่งเน้นผู้ถือหุ้นที่ต้องการลงทุนระยะยาว มากกว่าการตั้งราคาเสนอขายในระดับสูงเพื่อระดมทุนก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว


นอกจากนี้ บริษัทยังกำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยมุ่งหวังให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว


“ตลอด 40–50 ปีที่ TIPAK ดำเนินธุรกิจมา เราได้วางรากฐานและเตรียมการส่งต่อการบริหารอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับทีมผู้บริหารมืออาชีพเพื่อนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว สำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อยทุกท่าน อยากให้มั่นใจว่า TIPAK เป็นหุ้นที่มีเสถียรภาพและเน้นการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ จึงขอเชิญชวนนักลงทุนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ถือหุ้นเคียงข้างกัน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนครับ” คุณวีรวีชัย กล่าวทิ้งท้าย

Most Viewed
News Highlight
ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม โชว์ฟอร์มครึ่งปีแรก 2569 กลุ่ม Smart HVAC Solutions กำไรพุ่ง 26.8% เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ–ซัพพลายเชน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
TIPAK เคาะ IPO 1.85 บ. เปิดจอง 25, 28–29 ก.ย.นี้ ระดมทุนพัฒนาเครื่องจักร-เสริมเงินทุนหมุนเวียน ชูนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“BoJ” ขึ้นดอกเบี้ยเพราะ “เศรษฐกิจดี”... สัญญาณ “Healthy” ไม่ใช่สัญญาณอันตราย !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SC จับมือ Meta จัดงาน “SC Creator Community” ปั้นทักษะครีเอเตอร์ ชวนครีเอเตอร์ทุกสาย เปลี่ยนคอนเทนต์บ้านสู่โอกาสสร้างรายได้ค่าคอมสูงสุด 1.3 ล้านบาท
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ปตท. จับมือ กรุงศรี เดินหน้าการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกของ ปตท.
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us