รวบ! หุ้นเหล่านี้มีส่วนร่วมอะไรบ้าง เมื่อไทยกำลังเข้าสู่ระบบยานยนต์ไฟฟ้า
จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ จะมีการประชุมในวันที่ 8 พ.ย.64 ประเด็นของการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพราะจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค และผู้ผลิตที่จะส่งเสริมมาตรการการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ภาพของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปไปสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า
หากดูสถานการณ์ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามในทุกวันนี้รถประเภท EV Car ของไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบประเภทไฮบริด (ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว) ซึ่งในภาพอนาคตประเทศไทยเองพยายามจะผลักดันให้เป็นภาพของ EV Car เต็มรูปแบบ ซึ่งนโยบายของบอร์ด EV วางเป้าไว้ว่าในปี 2030 จะมียานยนต์ที่ไม่ก่อมลพิษประมาณ 30%
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จะเป็นรายละเอียดของการส่งเสริมของการใช้และการผลิต การส่งเสริมที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางภาษี และการส่งเสริมเกี่ยวกับทางภาษี โดยเรื่องของการส่งเสริมที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เช่นเรื่อของการส่งเสริมการสร้างสถานีชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จ ซึ่งมีเป้าหมาย 12,000 จุด โดยในทุกวันนี้มีอยู่แค่ 700 จุด และการเปลี่ยนสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะต้องมี 1,450 จุด
นอกจากนี้ จะมีเรื่องของการปรับมาตรฐานชิ้นส่วน เพื่อทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนมีมาตรฐานการผลิต และการส่งเสริมการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ รวมถึงยกเลิกหรือปรับภาษีการนำเข้าโดยคาดว่าหากที่ประชุมอนุมัติออกมาในครั้งนี้แล้วนั้น เบื้องต้นคาดจะส่งเรื่องให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้ทันก่อนการจัดงาน MOTOR EXPO ในช่วงสิ้นปีนี้ ดังนั้นภายใน 2-3 เดือนต่อจากนี้ไปเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เป้าหมายของประเทศไทยพยายามที่จะผลักดันการผลิตแบตเตอรี่ให้เป็นรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน แบตเตอรี่จะเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมถึงจะเป็นตัวที่รองรับอุตสาหกรรม EV ให้กับไทยได้อย่างยั่งยืน โดยหุ้นที่ผลิตแบตเตอรี่ได้แก่ GPSC แบบระบบ Semi Solid,ROJNA แบบลิเทียมไอออน,EA และBanpu Next ที่เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง BANPU และ BPP ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มธุรกิจกลางน้ำ
ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่แบบปลายน้ำ เช่นการประกอบยานยนต์ได้แก่ EA,NEXT,CWT และ NDR ขณะที่ PTT เองนั้นจะทำทุกแพลตฟอร์มที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า และไปสู่กระบวนการบำบัดกำจัดซากตัวแบตเตอรี่ที่หมดอายุแล้วอย่าง BWG ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่ากระทรวงการคลังเตรียมประกาศลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อหวังผลักดันเป้าหมายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยให้ได้ 30% ภายในปี 68 คาดมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 65 โดยมาตรการส่งเสริมซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65
ทั้งนี้จะทำให้ราคารถยนต์นำเข้าที่นำมาขายในประเทศไทยมีราคาที่ถูกลงและจูงใจให้คนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ เมื่อความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นก็จะจูงใจให้เกิดการลงทุนสถานีชาร์จมากขึ้น ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้ไทยบรรลุเป้าหมายภายในปี 73 จะมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดเป็นบวกต่อ EA, GPSC, FORTH,JWD, NYT เป็นต้น

