PTT เป็นบริษัทเดียวในตลาดหุ้นไทย ที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท
ในช่วง 4 -5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีบริษัทยักษ์ใหญ่อยู่มากมาย และมีหลายบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่มากกว่า 1 ล้านล้านบาท แต่การแพร่ระบาดของ Covid -19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกธุรกิจ ทำให้หล่ายบริษัทได้รับผลกระทบ และมีปัญหาด้านผลประกอบการความแข็งแกร่งไม่เหมือนเดิม ส่งผลทำให้ปัจจุบันมีเพียง 1 บริษัทเท่านั้นที่มีมูลค่ากิจการสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท นั้นก็คือ PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ยังยืนหยัดกลางคลื่นลม รักษามูลค่าบริษัทไม่ปรับตัวลดลง และในขณะเดียวกัน PTT ยังตรงความเป็นเบอร์ 1 ของตลาดหุ้นไทยไว้ได้ด้วย
PTT ยังคงเป็นหุ้นขวัญใจมหาชน และเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดหุ้นไทยในนาทีนี้ ด้วยมูลค่ากิจการที่สูงถึง 1.07 ล้านล้านบาท มีรายได้ 9 เดือนแรก 1.56 ล้านบาทบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 29 % มีกำไร80,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 100 % ในขณะเดียวกัน PTT ยังนำบริษัทลูกตัวใหม่ อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
แม้ PTT จะมีความแข็งแกร่ง แต่ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ โดบพวกเขาตั้งงบลงทุนใน 5 ปีข้างหน้ามากกกว่า 1.02 แสนล้านบาท โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. มีมติอนุมัติแผนวิสาหกิจและงบลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) 102,165 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินลงทุนในหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติร้อยละ 45 ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ 20 ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ร้อยละ 2 ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานและสำนักงานใหญ่ ร้อยละ 8 และการลงทุนในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น 100% ร้อยละ 25
โดย ปตท. พร้อมเดินหน้าลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ด้วยการลงทุนในธุรกิจหลัก (Core Businesses) เพื่อความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ อาทิ โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7 เพื่อทดแทนโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 1 และโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 8 ซึ่งนำก๊าซธรรมชาติเหลว (“LNG”) มาแยกเป็นผลิตภัณฑ์อีเทนและแอลพีจี
รวมถึงถังเก็บผลิตภัณฑ์อีเทนและสถานีรับจ่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อีเทน รวมทั้งโครงการท่อส่งก๊าซฯ บางปะกง-โรงไฟฟ้าพระนครใต้ และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ทั้งยังมีการลงทุนผ่านบริษัท ที่ ปตท. ถือหุ้น 100% อาทิ การขยายขีดความสามารถของสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งที่ 2 (หนองแฟบ) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3
นอกจากนี้ ปตท. ยังได้จัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีข้างหน้าอีกจำนวน 238,032 ล้านบาท ตามกรอบวิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิต ด้วยพลังแห่งอนาคต มุ่งเน้นธุรกิจพลังงานสะอาด ประกอบด้วย การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน
โดยวางเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 12,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 และลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ตลอดจนการขยายการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) โดยมุ่งเน้นในการขยายโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ(ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของภาครัฐ)และการขยายการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลวอย่างครบวงจร (LNG Value Chain) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และขยายการลงทุนในธุรกิจอื่นนอกเหนือจากพลังงาน อาทิ ธุรกิจ Life science (ยา Nutrition อุปกรณ์และการวินิจฉัยทางการแพทย์) เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงธุรกิจโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐาน

